แนวทางการรณรงค์เพื่อสร้างสรรค์สังคมปลอดเอดส์
เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง
thewin@thaimail.com
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2544 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดสัมมนาคณะทำงานเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อสร้างกระแสสังคมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีตัวแทนหน่วยงานทางด้านสาธารณสุข ตัวแทนฝ่ายประชาสัมพันธ์จากหลากหลายหน่วยงาน และตัวแทนสื่อมวลชนท้องถิ่น เป็นคณะทำงาน และเป็นผู้เข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าว ผู้เขียนในฐานะผู้มีส่วนร่วมคนหนึ่งในงานสัมมนาดังกล่าวใคร่เสนอความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับหัวข้อ "แนวทางการรณรงค์เพื่อสร้างสรรค์สังคมปลอดเอดส์" ดังต่อไปนี้

ที่ผ่านมาสื่อมวลชนและผู้มีบทบาทในการรณรงค์เรื่องโรคเอดส์ ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการให้ข่าวสารกระตุ้นการรับรู้รับทราบ ชี้ให้เห็นความรุนแรงของปัญหาโรคเอดส์ แต่ในการรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ จิตสำนึก การส่งเสริมกระบวนการเพื่อแก้ปัญหาก็ยังมีข้อจำกัด
ทั้งนี้การรณรงค์ผ่านสื่อสาธารณะมักจะมุ่งกระตุ้นความรู้สึกที่รุนแรงในในความรู้สึกเรื่องเอดส์ทั้งในเชิงบวกหรือในเชิงลบมากเกินไป ยกตัวอย่างเช่น กรณีเรื่องยาวีวันอีมูเนเตอร์ จะเห็นได้ว่าข่าวสารที่แพร่กระจายในช่วงแรกจะเป็นการปลุกเร้าทำให้เกิดการตื่นตระหนก (panic) คาดหวังในสรรพคุณอันมหัศจรรย์ของยาชนิดนี้ ดังหัวข้อข่าวที่ออกมาอาทิ "คนเป็นเอดส์แห่รับวี 1 ร่วมหมื่นคน, ผู้เชี่ยวชาญมะกัน โดดรับรองผลวี 1, ข่าวหลวงพ่ออลงกตยันสรรพคุณ 'วี 1' ข่าวหลวงพ่อคูณร่วมแจก 'วี 1' ข่าวดาราฮ่องกง (จั่นเจา)มาร่วมแจกยา ฯลฯ " ซึ่งเป็นผลทำให้ผู้ป่วยโรคเอดส์ยกขบวนไปรับแจกยาตามที่ต่าง ๆ อย่างชนิดมืดฟ้ามัวดิน
หลังจากนั้นไม่นาน กระแสข่าวก็ออกมาในทางพลิกกลับไปอีกด้าน เช่น เกิดการต่อต้าน แจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกบ้านบางปะกง โฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงผู้ป่วย เตรียมเอาผิดแพทย์พยาบาลที่เข้าร่วมแจกวี 1 ฯลฯ จนทำให้ท่าทีของคนในสังคมแบ่งแยกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายหนุนกับฝ่ายต้านยาวี 1 เกิดขึ้น
นั่นเป็นตัวอย่างที่สะท้อนข่าวสารในประเด็นเรื่องเอดส์ ที่ทำให้เกิดกระแสความรู้สึกสุดขั้วในด้านบวกและด้านลบเกิดขึ้น ต่อไปนี้เป็นเนื้อหาสาระที่ผู้เขียนคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญที่น่าจะมีการนำมาใช้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการรณรงค์ในเรื่องเอดส์ดังนี้
เนื้อหาที่ควรเน้นในการรณรงค์
ในท้ายนี้ผู้เขียนมีความเห็นเพิ่มเติมว่า การรณรงค์เรื่องโรคเอดส์เพื่อให้สังคมยอมรับนั้นมีเนื้อหาเฉกเช่นกับการรณรงค์เรื่องอื่น ๆ คือเปรียบเสมือนเช่นกับการปรุงอาหาร กล่าวคืออาหารบางอย่างทำออกมาอย่างมีสีสรร มีรสชาดดีชวนให้คนมารับประทานแต่ทว่าคุณค่าทางโภชนาการของอาหารนั้นอาจจะมีน้อย ในทางกลับกันอาหารบางอย่างมีคุณค่าดีแต่การปรุงไม่ดีขาดรสชาดสีสรรคนก็จึงไม่นิยมรับประทาน ดังนั้นการรณรงค์เรื่องเอดส์ในบทบาทของสื่อมวลชนหรือขององค์กรเพื่อการรณรงค์ใด ๆ ควรจะต้องคำนึงถึงทั้งเนื้อหารสาระที่เป็นประโยชน์ ในขณะเดียวกันก็ควรจะต้องทำให้มีรสชาดสีสรรที่ทำให้คนทั่วไปอยากที่จะรับรู้และทำความเข้าใจด้วย ไม่ควรมุ่งเน้นแต่เพียงด้านใดด้านหนึ่ง การรณรงค์ในเรื่องนั้นจึงจะเกิดผลอย่างแท้จริง
