INSIGHT THAI POLL จับกระแสโพลล์ INSIGHT THAI POLL จับกระแสโพลล์

ความคิดเห็นของประชาชนต่อการตัดสินคดี "หุ้นทักษิณ"

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์

  ที่มา

ตามที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประกาศตัดสินคำวินิจฉัยคดีปกปิดบัญชีทรัพยสินและหนี้สินของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี เมื่อวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม 2544 มีมติว่าไม่มีความผิด ด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 7 จากผลการตัดสินดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จึงได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วกรุงเทพมหานคร และประชาชนในต่างจังหวัดต่อประเด็นดังกล่าวขึ้น ในหัวข้อเรื่อง "สำรวจผลกระทบจากการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินของพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรในทรรศนะของประชาชน : กรณีศึกษาประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและ 13 จังหวัดทั่วประเทศ” ดำเนินโครงการสำรวจระหว่างวันที่ 3- 5 สิงหาคม 2544 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร และ 13 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ ฉะเชิงเทรา นครนายก กาญจนบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุราษฎร์ธานี สงขลา และนราธิวาส

ขนาดตัวอย่าง ประชาชนกรุงเทพมหานคร 1,208 ตัวอย่าง และประชาชนต่างจังหวัด 780 ตัวอย่าง

  วัตถุประสงค์การสำรวจ

  1. เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกรุงเทพมหานครและประชาชนต่างจังหวัด ที่มีต่อการตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร "ไม่มีความผิด" ในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
  2. เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกรุงเทพมหานครและประชาชนต่างจังหวัด เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการตัดสินคดีของพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

  ประเด็นสำคัญที่ค้นพบ

ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่รับทราบข่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคำวินิจฉัยให้พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร พันความผิด

ลำดับที่

การรับทราบข่าว

กทม.

ต่างจังหวัด

1

ทราบข่าว

93.9

90.0

2

ไม่ทราบข่าว

6.1

10.0

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

100.0

 

 ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุความพึงพอใจต่อการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าว

ลำดับที่

ความคิดเห็น

กทม.

ต่างจังหวัด

1

พอใจ

69.8

73.4

2

ไม่พอใจ

13.2

15.0

3

ไม่มีความคิดเห็น

17.0

11.6

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

100.0

หมายเหตุ - เหตุผลของผู้ที่ระบุว่าพอใจ ส่วนใหญ่ระบุเหตุผลสำคัญเรียงตามลำดับดังนี้ 1) อยากให้พ.ต.ท.ดร.ทักษิณบริหารประเทศต่อไป 2) ต้องการให้รัฐบาลทำงานตามนโยบายที่ประกาศไว้อย่างต่อเนื่อง 3) เชื่อมั่นว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณมีความสุจริตใจ/เป็นคนดี 4) เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วยความยุติธรรม และ 5) เหตุผลอื่น ๆ เช่น ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่อยากเห็นการเปลี่ยนผู้นำบ่อย ๆ

- ส่วนเหตุผลของคนที่ไม่พอใจ ส่วนใหญ่ระบุว่า 1) เชื่อว่าการกระทำของพ.ต.ท.ดร.ทักษิณมีความผิดตามกฎหมาย 2) เห็นว่าเป็นการตัดสินที่ไม่ได้อยู่บนหลักการที่แท้จริง และ 3) ยังไม่มีเหตุผลที่เพียงพอจะยืนยันความบริสุทธิ์ของพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ 4) เชื่อว่าการปกปิดทรัพย์สินของพ.ต.ท.ดร.ทักษิณมีเจตนาเคลือบแฝงที่ไม่ชอบมาพากล 5) การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาจากแรงกดดัน/ไม่ใช่การชี้ขาดด้วยเหตุผล และ 6) เหตุผลอื่น ๆ เช่น กระบวนการพิจารณาไม่รอบคอบ ท่าทีตุลาการบางคนทำให้เกิดปัญหา

 

ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ความคิดเห็นที่ว่า ประชาชนควรยอมรับผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

ลำดับที่

ความคิดเห็น

กทม.

ต่างจังหวัด

1

ควรยอมรับ

75.0

80.0

2

ไม่ควรยอมรับ

6.4

5.0

3

ไม่มีความเห็น

18.6

15.0

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

100.0

 

ตารางที่ 4 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ "ผลดี" ต่อประเทศเมื่อพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรพ้นผิดในคดี (ค่าร้อยละเป็นค่าร้อยละของผู้ที่ระบุว่ามีผลดี จากกลุ่มตัวอย่างในกทม.ร้อยละ 67.1 และกลุ่มตัวอย่างในต่างจังหวัดร้อยละ 70.6 โดยระบุได้มากกว่า 1 ข้อ)

ลำดับที่

ความคิดเห็นของตัวอย่างที่ระบุผลดีต่อประเทศ

กทม.

ต่างจังหวัด

1

เชื่อว่าเศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้น

41.2

46.1

2

นโยบายของรัฐบาลจะได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

32.1

29.6

3

จะทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น

20.1

18.1

4

การบริหารประเทศจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

19.1

23.5

5

ผลดีอื่น ๆ เช่น ปัญหาสังคมจะลดลง รัฐบาลมีเสถียรภาพ ไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศ ฯลฯ

24.2

24.1

 

ตารางที่ 5 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ "ผลเสีย" ต่อประเทศเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรพ้นผิดในคดี (ค่าร้อยละเป็นค่าร้อยละของผู้ที่ระบุว่ามีผลเสีย จากกลุ่มตัวอย่างในกทม.ร้อยละ 19.8 และกลุ่มตัวอย่างในต่างจังหวัดร้อยละ 26.3 โดยระบุได้มากกว่า 1 ข้อ)

ลำดับที่

ความคิดเห็นของตัวอย่างที่ระบุผลเสียต่อประเทศ

กทม.

ต่างจังหวัด

1

ความศรัทธาต่อศาลรัฐธรรมนูญลดลง

31.4

21.4

2

เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ได้มาตรฐานทางกฎหมายต่อไป

19.1

16.7

3

ประชาชนจะให้ความเชื่อมั่นศรัทธาต่อกฎหมายลดลง

15.9

28.6

4

อาจเกิดความขัดแย้งจนส่งผลเสียต่อสภาพเศรษฐกิจ

10.0

4.8

5

ไม่ได้รับการยอมรับเชื่อถือจากต่างชาติ

9.1

8.3

6

ผู้นำมีภาพลักษณ์ที่อยู่เหนือกฎหมาย

9.1

10.7

7

เหตุผลอื่น ๆ เช่น เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปการเมือง ความเชื่อถือต่อปปช.ลดลง เกิดความรู้สึกว่ามีการใช้อภิสิทธิ์ของชนชั้นในสังคม ฯลฯ

20.4

25.2

 

ตารางที่ 6 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุความเชื่อมั่นต่อแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หลังจาก พ.ต.ท.ดร.ทักษิณถูกตัดสินพ้นผิด

ลำดับที่

ความมั่นใจต่อแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

กทม.

ต่างจังหวัด

1

มั่นใจ

37.2

39.4

2

ค่อนข้างมั่นใจ

33.4

29.4

3

ไม่ค่อยมั่นใจ

17.0

15.3

4

ไม่มั่นใจ

3.8

7.5

5

ไม่มีความเห็น

8.6

8.4

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

100.0

 

ตารางที่ 7 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุความเชื่อมั่นต่อแนวทางการการปฏิรูปการเมืองไทย หลังจากพ.ต.ท.ทักษิณถูกตัดสินพ้นผิด

ลำดับที่

ความมั่นใจต่อแนวทางการปฏิรูปการเมือง

กทม.

ต่างจังหวัด

1

มั่นใจ

36.2

28.1

2

ค่อนข้างมั่นใจ

29.2

24.7

3

ไม่ค่อยมั่นใจ

18.0

25.6

4

ไม่มั่นใจ

7.8

11.6

5

ไม่มีความเห็น

8.8

10.0

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

100.0

หมายเหตุ ภาพประกอบมาจากศาลรัฐธรรมนูญ, ไทยโพสต์,กรุงเทพธุรกิจ,เนชั่นชันแนล,มติชนสุดสัปดาห์

 

 

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ โทร. 0-2719-1577 หรือ 0-2719-1550

ติดตามข่าวสารที่ www.abacpoll.com หรือ www.ipoll.th.org/article

ดูบทความอื่น