ผลอภิปรายไม่ไว้วางใจ : ไม่กระเทือนรัฐบาล
เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง
thewin@thaimail.com
ผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส. ที่จังหวัดศรีสะเกษ นอกจากเป็นการแสดงความพ่ายแพ้อย่างถล่มถลายของพรรคประชาธิปัตย์ต่อพรรคไทยรักไทยแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่า "การอภิปรายไม่ไว้วางใจ" ในเวลาก่อนหน้านั้นไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดห่างไกลแต่อย่างใด
ในส่วนของพื้นที่ชาวกทม.เองจากผลการสำรวจของเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญจำนวน 1,320 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 30-31 พ.ค. 2546 พบว่าภายหลังการอภิปราย ฯ จบลงมีคนที่นิยม "ฝ่ายค้าน" เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.2 ความนิยมลดลงร้อยละ 19.0 และที่นิยมเท่าเดิมมีร้อยละ 56.8 ส่วน "ฝ่ายรัฐบาล"มีคนนิยมเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.2 มีคนที่นิยมลดลงร้อยละ 17.7 และนิยมเท่าเดิมร้อยละ 53.1
ชี้ให้เห็นว่าภายหลังการอภิปราย ฯ คะแนนนิยมของทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างก็ "เพิ่มมากขึ้น" ทั้งคู่ แต่โดยแนวโน้มแล้วฝ่ายรัฐบาลจะมีคะแนนนิยมเพิ่มมากกว่าฝ่ายค้านอีกเล็กน้อย ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการ "ลงแรง" ของฝ่ายค้านในครั้งนี้แทบจะ "ไม่บังเกิดผล" ในแง่ของการสร้าง "แรงกระเทือน" ให้กับฝ่ายรัฐบาลแต่อย่างใด
ผลของการอภิปราย ฯ ครั้งนี้แตกต่างไปจากการอภิปราย ฯ เมื่อเดือนพ.ค. 2545 ที่ผ่านมา ที่ครั้งนั้นภายหลังการอภิปราย ฯ ฝ่ายค้านมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ "สูงมากกว่า" อัตราการเพิ่มของคะแนนนิยมฝ่ายรัฐบาล

สำหรับบทบาทของผู้นำพรรคฝ่ายค้านคนปัจจุบัน(คุณบัญญัติ บรรทัดฐาน) ในการอภิปราย ฯ ครั้งนี้จากผลการสำรวจกล่าวได้ว่า "ไม่ได้มีบทบาทโดดเด่นเป็นที่ประทับใจชาวบ้าน" เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อครั้งที่คุณชวน หลีกภัยเป็นหัวขบวนของพรรคฝ่ายค้าน เพราะในบรรดานักการเมืองฝ่ายค้านที่อภิปราย ฯ ได้ถูกใจประชาชนจากการสำรวจของสำนักโพลล์ต่าง ๆ พบว่าจะเป็นคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และคนอื่น ๆ ที่อยู่ในอันดับต้น โดยที่ความชื่นชอบต่อคุณบัญญัติจะตามมาในลำดับหลัง ๆ มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกันกับสมัยคุณชวนเป็นผู้นำแล้วคุณชวนจะมีคะแนนนิยมสูงที่สุดในบรรดาผู้อภิปรายซีกฝ่ายค้าน
นอกจากนี้การสำรวจของเอแบคโพลล์ยังพบว่าความเชื่อมั่นต่อคุณบัญญัติในการทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในสายตาของประชาชนยังอยู่ในสภาพ "ก้ำกึ่ง" กล่าวคือมีผู้ที่ "มั่นใจ" และคนที่ "ไม่มั่นใจ" ในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน

ในด้านฝ่ายรัฐมนตรีแต่ละคนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากการสำรวจผู้ฟังการอภิปราย ฯ พบว่าสัดส่วนของคนที่ "ไว้วางใจ" จะมีมากกว่าสัดส่วนของคนที่ "ไม่ไว้วางใจ" และถึงแม้จะเห็นอัตราความไว้วางใจไม่สูงนัก แต่ก็พอจะเรียกได้ว่ารัฐมนตรีในสายตาประชาชนนั้น "สอบผ่าน"กันหมดทุกคน

ส่วนการตอบโต้กันในระหว่างคู่กรณีสำคัญสำหรับการอภิปรายครั้งนี้คือการประทะคารมระหว่าง "คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ"(รมว.คมนาคม) กับ "คุณประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์" (เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์) ในเรื่องการเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในกระทรวงคมนาคม
จากผลการสำรวจของเอแบคโพลล์กรณีการตอบโต้กันของคู่คารมรายนี้พบว่าส่วนใหญ่เห็นว่า "เสียหาย" กันทั้งสองฝ่าย แต่ทว่าแนวโน้มมองว่าคุณประดิษฐ์จะ "เสียหายมากกว่า"
ประกอบกับแรงเชียร์จากประชาชนส่วนใหญ่อยากจะให้ทั้งคู่เปิดปมข้อกล่าวหาของตนให้ชัดเจนออกมามากกว่าที่จะไป "ไกล่เกลี่ยประนีประนอมกัน" น่าจะเป็นแรงผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายงัดความจริงมาต่อสู้กันให้เห็นว่า "ใครดีใครเด่น" กันมากขึ้น ยกเว้นเสียแต่ว่าทั้งสองฝ่ายจะหันมาจับมือเจรจรายุติศึกกันหลังเวทีโดย ต่าง"ยอมเสียรังวัด" ทั้งคู่ ปล่อยให้ประชาชนเกิดอาการ "ไม่สบอารมณ์" กันไป

เมื่อประมวลภาพของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ เรียกได้ว่าด้านฝ่ายค้านเองก็สามารถสร้างคะแนนนิยมได้พอสมควร แต่ทว่าคะแนนนิยมที่ได้ยังไม่สูงพอที่จะเทียบทับกับแรงรัศมีที่ฝ่ายรัฐบาลเปล่งประกายออกมาได้ ประกอบกับเมื่อปรากฏผลออกมาว่าความเชื่อถือของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ฯ ในสายตาประชาชนยังอยู่ในระดับที่พอจะ"ไว้วางใจ"ได้ เมื่อรวมไปถึงการโต้ตอบของคู่กรณีสำคัญที่ทำให้ "ฝ่ายรัฐบาล"ได้แต้มต่อมากกว่า บวกกับกรณีที่ผู้นำฝ่ายค้านยังแสดงบทบาทได้ไม่โดดเด่นพอ ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลในอนาคตได้ และจนกระทั่งไปถึงผลสรุปความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งที่จังหวัดศรีสะเกษที่ผ่านมานั้น เป็นสถานการณ์ที่บ่งชี้ว่าฝ่ายค้านอยู่ในสถานะที่ "เป็นรอง" อยู่มากบนเส้นทางการเมืองจากนี้เป็นต้นไป

จากผลสำรวจของเอแบคโพลล์ในเรื่องข้อเสนอแนะของประชาชนที่มีต่อฝ่ายค้านในประเด็นสำคัญ 7 ประการได้แก่ 1) ฝ่ายค้านต้องทำงานให้หนักในการสืบค้นข้อมูลหลักฐานเพื่อการตรวจสอบรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ 2) มุ่งเน้นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนให้มากขึ้น 3) ทำงานอย่างซื่อสัตย์/ตรงไปตรงมา/ไม่หลอกลวงประชาชน 4) ทำงานอย่างจริงจัง/ไม่มุ่งเล่นเกมการเมือง/ไม่ลูบหน้าปะจมูก 5) มีความร่วมมือกันภายในกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ 6) สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในเรื่องที่เป็นประโยชน์ /อย่ามองแต่ด้านลบอย่างเดียว 7) ต้องสนับสนุนผู้นำฝ่ายค้านให้มีความเข้มแข็งมากกว่าที่เป็นอยู่
เหล่านี้ล้วนบ่งชี้ว่าฝ่ายค้านจะต้องปรับปรุงทั้งในเรื่องแนวนโยบาย แนวคิดและวิธีการปฏิบัติถึงขนาดที่เป็นการ "ยกเครื่อง"กันอีกหลายรอบเพื่อสร้างความประทับใจแก่สาธารณชนแล้วเท่านั้นจึงจะไปเทียบชั้นกับคู่แข่งของตนได้.


ตารางแสดงค่าร้อยละของตัวอย่างผู้ฟังการอภิปราย ฯ ที่ระบุความไว้วางใจต่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ฯ
|
ลำดับที่ |
รัฐมนตรี |
ไว้วางใจ |
ไม่ไว้วางใจ |
ไม่มีความเห็น |
รวม |
|
1 |
ปองพล อดิเรกสาร (รมว.ศึกษาธิการ) |
42.5 |
10.2 |
47.3 |
100.0 |
|
2 |
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (รมว.คมนาคม) |
35.6 |
19.8 |
44.6 |
100.0 |
|
3 |
นพ.สุรพงษ์ สืบวงลี (รมว.ไอซีที) |
34.4 |
16.1 |
49.5 |
100.0 |
|
4 |
อดิศัย โพธารามิก (รมว.พาณิชย์) |
30.6 |
22.7 |
46.7 |
100.0 |
|
5 |
สรอรรถ กลิ่นประทุม (รมว.เกษตรและสหกรณ์) |
28.5 |
15.9 |
55.6 |
100.0 |