กกต.ชุดใหม่ : จุดเริ่มต้นบนความ "ไม่น่าเชื่อถือ"

เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง

thewin@thaimail.com

การประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2544 ได้มีมติลงคะแนนเลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่จากรายชื่อผู้ที่ผ่านการสรรหาจำนวน 10 คน ผลปรากฎว่าผู้ได้รับเลือกเป็น กกต.ชุดใหม่ 5 คน คือ พล.ต.ท.วาสนา เพิ่มลาภ ได้ 133 คะแนน พล.อ.ศิรินทร์ ธูปกล่ำ ได้ 130 คะแนน นายวีระชัย แนวบุญเนียร ได้ 123 คะแนน นายจรัล บูรณพันธุ์ศรีได้ 105 คะแนน และนายปริญญา นาคฉัตรีย์ ได้ 102 คะแนน

ส่วนอีก 5 คนที่ไม่ได้รับเลือกได้แก่นายชูชาติ ศรีแสงได้ 93 คะแนน นายพิศาล พิริยะสถิต ได้ 76 คะแนน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้ 62 คะแนน นายอุดม เฟื่องฟุ้ง ได้ 29 คะแนน และนายปรีชา ธนานันท์ได้ 15 คะแนน
ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกกกต.ชุดใหม่โดยที่ประชุมวุฒิสภา ได้มีผลสำรวจของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเรื่อง “สำรวจความคิดเห็นและความเชื่อมั่นต่อวุฒิสภาในการคัดเลือกบุคคลมาเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ : กรณีศึกษาเปรียบเทียบระหว่างตัวอย่างประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครผู้ติดตามข่าว

สารการสรรหากกต.ชุดใหม่ กับตัวอย่างกรรมการการเลือกตั้งจังหวัด (กกต. จังหวัด) จาก 69 จังหวัดทั่วประเทศ” ซึ่งดำเนินโครงการสำรวจระหว่างวันที่ 1 – 3 ตุลาคม 2544 โดยมีจำนวนตัวอย่างแบ่งออกเป็นประชาชนกรุงเทพมหานครที่ติดตามข่าวสารทางการเมืองเกี่ยวกับการสรรหา กกต. ชุดใหม่จำนวน 1,287 ตัวอย่าง และกลุ่มตัวอย่างที่เป็นกรรมการการเลือกตั้งจังหวัด จำนวน 208 ตัวอย่าง

ผลการสำรวจในประเด็นสำคัญ จะนำเสนอและวิเคราะห์เพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  ความเชื่อมั่นต่อกกต.ชุดใหม่

จากการสอบถามความเชื่อมั่นต่อผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นกกต.ชุดใหม่ (จำนวน 10 คน) ในประเด็นเรื่อง "ความเป็นกลางทางการเมือง" และ "ความซื่อสัตย์สุจริต" พบว่ากลุ่มประชาชนส่วนใหญ่มีความไม่มั่นใจ โดยร้อยละ 64.6 ที่ระบุว่าไม่มั่นใจในเรื่องความเป็นกลาง ร้อยละ 19.2 มั่นใจ และร้อยละ 16.2 ไม่มีความเห็น นอกจากนี้ยังพบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 65.8 ไม่มั่นใจในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตร้อยละ 17.4 มั่นใจ และร้อยละ 16.8 ไม่มีความเห็น (ดูกราฟที่ 1 และ 2 ประกอบ)

 

 

  การยอมรับต่อตัวบุคคล

จากการสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อตัวบุคคลที่ผ่านการสรรหาทั้ง 10 คน ปรากฏผลดังในตารางที่ 1 ซึ่งมีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ประชาชนส่วนใหญ่ระบุว่าไม่มีวามเห็นต่อตัวบุคคลที่ผ่านการสรรหาเหล่านั้น ดังนั้นการพิจารณาความเชื่อมั่นต่อตัวบุคคลที่ได้รับสรรหาเหล่านั้นผู้เขียนจึงใคร่จะหยิบยกเอาความคิดเห็นจากกลุ่มกกต.ประจำจังหวัดมาพิจารณาเนื่องจากว่าบุคคลเหล่านี้ผ่านงานจัดการเลือกตั้งมาโดยตรง

ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นของกกต.ประจำจังหวัดพบว่า บุคคลที่กกต.ประจำจังหวัดให้ความเชื่อมั่นมากที่สุดได้แก่ อันดับที่หนึ่ง พล.ต.ท.วาสนา เพิ่มลาภมีผู้ที่ระบุว่าเชื่อมั่นร้อยละ 46.6 อันดับที่สองนายอุดม เฟื่องฟุ้งเชื่อมั่นร้อยละ 31.5 อันดับที่สามนายวีระชัย แนวบุญเนียรเชื่อมั่นร้อยละ 28.7 อันดับที่สี่นายชูชาติ ศรีแสงเชื่อมั่นร้อยละ 23.3 และอันดับที่ห้ามีสองคนคือนายสมชัย ศรีสุทธิยากร และนายปริญญา นาคฉัตรีย์ เชื่อมั่นร้อยละ 21.4

เมื่อพิจารณาในด้านความไม่เชื่อมั่น พบว่าบุคคลที่กกต.ประจำจังหวัดไม่ให้ความเชื่อมั่นมากที่สุดคือพล.อ.ศิรินทร์ ธูปกล่ำ มีผู้ระบุว่าไม่เชื่อมั่นร้อยละ 27.5 รองลงมาคือนายปริญญา นาคฉัตรีย์ไม่เชื่อมั่นร้อยละ 25.5 และนายสมชัย ศรีสุทธิยากรไม่เชื่อมั่นร้อยละ 22.8

 

ตารางที่ 1 แสดงความเชื่อมั่นต่อบุคคลที่ได้รับการสรรหาเป็น กกต. 10 คน

เปรียบเทียบในกลุ่มประชาชนและกลุ่ม กกต.จังหวัด

ที่

รายชื่อผู้ถูกสรรหา

เสนอเป็นกกต.

ประชาชน

กกต.จังหวัด

เชื่อมั่น

ไม่เชื่อมั่น

ไม่มีความเห็น

เชื่อมั่น

ไม่เชื่อมั่น

ไม่มีความเห็น

1

นายชูชาติ ศรีแสง

16.4

6.9

76.7

23.3

11.6

65.1

2

นายปรีชา ธนานันท์

15.9

7.7

76.4

20.7

11.0

68.3

3

นายปริญญา นาคฉัตรีย์

20.7

7.6

71.8

21.4

25.5

53.1

4

นายพิศาล พิริยะสถิต

13.1

7.3

79.6

18.6

12.4

69.0

5

นายอุดม เฟื่องฟุ้ง

20.1

7.0

72.9

31.5

10.5

58.0

6

นายจรัล บูรณพันธุ์ศรี

11.8

7.3

80.9

21.3

10.6

68.1

7

พล.ต.ท.วาสนา เพิ่มลาภ

31.5

4.8

63.8

46.6

8.1

45.3

8

นายวีระชัย แนวบุญเนียร

14.4

6.2

79.5

28.7

13.3

58.0

9

พล.อ.ศิรินทร์ ธูปกล่ำ

18.0

7.9

74.1

18.3

27.5

54.2

10

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร

11.5

6.8

81.7

21.4

22.8

55.9

 

 เลือก "วาสนา" สอดคล้องกับความต้องการ

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผลการเลือกตั้งกกต.โดยวุฒิสภา กับความเชื่อมั่นของกกต.ประจำจังหวัดอาจจะกล่าวได้ว่า พล.ต.ท.วาสนา เพิ่มลาภเป็นบุคคลที่วุฒิสภาเลือกได้กับสอดคล้องกับความต้องการมากที่สุด โดยพล.ต.ท.วาสนาเป็นบุคคลที่วุฒิสภาลงคะแนนให้เป็นอันดับที่หนึ่ง ในขณะที่กกต.จังหวัดก็ระบุว่าเป็นบุคคลที่ให้ความ "เชื่อมั่น" มากที่สุด

  เลือก "ศิรินทร์" ฝืนกระแส

ส่วนกรณีการเลือกพล.อ.ศิรินทร์ ธูปกล่ำ ปรากฏว่าวุฒิสภาลงคะแนนให้เป็นอันดับที่สอง แต่ในขณะที่กกต.จังหวัดระบุว่าเป็นบุคคลที่ "ไม่เชื่อมั่น" มากที่สุด ดังนั้นกรณีการเลือกพล.อ.ศิรินทร์ ของวุฒิสภาจึงเป็นการเลือกที่สวนกับความรู้สึกของกกต.ประจำจังหวัดผู้มีบทบาทสำคัญในการดูแลการเลือกตั้งที่ผ่านมา

นอกจากนี้บุคคลที่ได้รับความเชื่อมั่นสูง แต่ไม่ได้รับการคัดเลือกจากวุฒิสภาคือ "นายอุดม เฟื่องฟุ้ง" ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เอแบคโพลล์ได้เคยสำรวจความคิดเห็นของข้าราชการตุลาการ/ศาล (เมื่อวันที่ 26-27 มิถุนายน 2544) พบว่านายอุดม เฟื่องฟุ้ง เป็นบุคคลที่ข้าราชการตุลาการ/ศาลให้การยอมรับมากที่สุด

  เปรียบเทียบกับกกต.ชุดเดิม

เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นกกต.ชุดใหม่ กับกกต.ชุดเดิมที่กำลังจะหมดวาระลงว่าให้ความมั่นใจว่าชุดใดจะดูแลการเลือกตั้งได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมได้มากกว่า ในทัศนะของประชาชนนั้นส่วนใหญ่ไม่สามารถให้ความเห็นในประเด็นนี้ได้

ส่วนในด้านของกกต.ประจำจังหวัด ส่วนใหญ่ร้อยละ 76.2 ระบุได้ว่าเชื่อมั่นว่ากกต.ชุดเดิมจะดูแลการเลือกตั้งได้ดีกว่าชุดใหม่ มีเพียงร้อยละ 4.8 ที่เห็นว่ากกต.ชุดใหม่จะดูแลการเลือกตั้งได้ดีกว่า ที่เหลือร้อยละ 19.0 ไม่มีความคิดเห็น (ดูกราฟที่ 3 ประกอบ)

 

 

  กกต.ชุดใหม่เริ่มต้นบน "ความไม่เชื่อมั่น"

ข้อสังเกตจากการสำรวจครั้งนี้ อาจจะกล่าวได้ว่ากกต.ชุดใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นบนความไม่เชื่อมั่นของประชาชน โดยประชาชนมีท่าทีตั้งแต่แรกเริ่มว่าไม่มีความเชื่อมั่นในความเป็นกลางทางการเมือง และความซื่อสัตย์สุจริต

จากการสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถแสดงความเห็นต่อความเชื่อมั่นในตัวบุคคลที่ได้รับการสรรหาเป็นกกต.ได้ ทั้งนี้น่าจะเนื่องมาจากที่ผ่านมาประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการสรรหาค่อนข้างน้อย ไม่ได้รับรู้วิสัยและแนวความคิดในการทำงาน ตลอดจนไม่ได้มีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลในกระบวนการสรรหากกต.ชุดนี้ ดังนั้นจึงน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การ "ไม่เชื่อมั่น" ต่อบุคคลที่เป็น กกต.ชุดใหม่

ดังนั้น จึงน่าจับตามองว่าในการทำงานต่อไปของกกต.ชุดใหม่นี้จะสามารถพิสูจน์ตนเองให้พ้นจากข้อกังขาของประชาชนได้หรือไม่

 

หมายเหตุ

  บทความนี้ตีพิมพ์ใน "กรุงเทพธุรกิจ" ฉบับวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2544

  ภาพประกอบจาก Manager Online, จากรัฐสภา และจาก ICQ

 

บทความอื่น ๆ