การลุ่มหลงในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต ส่วนหนึ่งก็เกิดจาก การที่เราสามารถควบคุมการเปิดเผยตัวตนได้ ไม่มีใครรู้ว่า เราเป็นใคร แล้วกำลังเข้าสู่เวบอะไร หรือ ใครคือคนที่สนทนาอยู่ใน Webboard IRC ต่าง ๆ ความเป็นอิสระต่อการเปิดเผยตัว ทำให้ User เข้าสู่ภาวะใหม่ และวัฒนธรรมใหม่ ผมเรียกมันว่า วัฒนธรรมแอบ
มักมีเพื่อนในอินเทอร์เน็ต บอกผมว่า เขาแอบอ่านข้อความที่ผมเขียนไว้ในเวบ หรือ เขียนไว้ใน webboard ต่าง ๆ และการที่เขาเหล่านั้นใช้คำว่า แอบอ่าน ก็เพราะว่า การอ่านข้อความบนอินเทอร์เน็ตโดยไม่ตอบโต้ ทำให้ผู้เขียนไม่ทราบได้เลยว่า มีใครสักกี่คนอ่านข้อความของเขา และ รู้สึกเช่นใด หรือ บางประเภทที่ร่วมแสดงความคิดเห็นใน Webboard ก็อาจเข้าข่ายแอบด่าได้เช่นกัน หากเขาเหล่านั้น แท้จริงเป็นคนที่รักจักกับผู้ถูกกล่าวถึงในอินเทอร์เน็ตมาก่อน เพียงแต่ว่า การเปิดเผยตัวตน อาจจะทำให้มิตรภาพในชีวิต Offline เกิดปัญหาได้ ดังนั้น วัฒนธรรมแอบ(ด่า) จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและสอดคล้องกับยุคสารสนเทศเสียจริง ๆ
การแอบ สร้างความรู้สึกปลอดภัย ดังนั้นตีความแบบทื่อ ๆ ได้ว่า การใช้อินเทอร์เน็ต มีภาวะไม่ปลอดภัยในบางครั้ง โดยเฉพาะท่านทั้งหลายที่คุ้นชินกับ Webboard ด้านการเมือง คนเหล่านี้ตกอยู่ในภาวะ ทั้งคันปาก คันเท้า แต่ก็กลัวการเปิดเผยตัวในขณะเดียวกัน ดังนั้น นามแฝง จึงเป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นคู่กับการแสดงความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในการแสดงความคิดเห็นเรื่องราวที่มีความล่อแหลม
ซึ่งการใช้นามแฝงในชื่อเดิมซ้ำ ๆ ในอินเทอร์เน็ต ก็จะกลายเป็นตัวตนชนิดใหม่ ที่ละม้ายคล้ายชื่อจริงเข้าไปทุกที
นามแฝงของใครบางคน กลายเป็น ชื่อจริง บนโลก Online ไปซะแล้ว และในจำนวนนั้น นามแฝงที่ผมใช้บนอินเทอร์เน็ตเกือบ 6 ปี ในชื่อ บก.ลายจุด ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
จากนามแฝง เป็นชื่อจริงบนโลก Online และนำไปสู่ ตัวปลอมดอทคอม
ครั้งแรกที่ผมเห็นคนใช้นามแฝงของผมในอินเทอร์เน็ต ก็หลังจากที่ผมเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์ ISP แห่งหนึ่ง ในเรื่องการไม่ตรวจสอบเนื้อหาที่นำมาลงใน Webboard ครั้งนั้นเป็นสงครามน้ำลายเล็ก ๆ ใน cyber เลยทีเดียว และต่อมา ในแทบทุกครั้ง ที่ผมเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์ Website ที่มีเนื้อหาล่อแหลมและไม่เหมาะสม ก็จะมีคนแอบใช้ชื่อ บก.ลายจุด ที่ผมใช้เป็นนามแฝง ไปเที่ยวไล่ด่าคนโน้นคนนี้ ทั่วไปในอินเทอร์เน็ต เรื่องทำนองนี้มันทั้งขำ และ ก็ขำไม่ออก ในเวลาเดียวกัน ไอ้ที่ขำก็เพราะว่า ทำไมมันมีคนบ้าเอาชื่อคนอื่นไปแกล้งเล่นเป็นเด็ก ๆ ไปได้ ส่วนที่ขำไม่ออกคือ มันมีคนเชื่อว่า ผมเป็นคนเขียนข้อความนั้นจริง ๆ และคนที่เชื่อเนี่ยก็เยอะมากเสียด้วย แถมคนในแวดวงอินเทอร์เน็ตไม่น้อยที่รู้ว่า นามแฝง กับตัวจริง ของ บก.ลายจุด เป็นใคร ทำให้อาการขำของผมต้องหยุดชะงัก และ เริ่มออกอาการเซ็งอย่างแรง
ผมเห็นว่า การแอบ เป็นสิทธิส่วนบุคคลในอินเทอร์เน็ต แต่ แอบอ้างนามแฝงคนอื่น โดยมีเจตนาเพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิด อันนี้ถือว่าเป็นการละเมิดกัน และแม้นว่าจะมีคนเคยแสดงความคิดเห็นว่า นามแฝงบนอินเทอร์เน็ต เป็นสิ่งไม่มีค่า และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยึดติด การที่มีคนแอบอ้างนามแฝงของคุณบนอินเทอร์เน็ต ก็ช่างมันประไร เราก็เปลี่ยนนามแฝงของเราไปเรื่อย ๆ ก็น่าจะจบ
เหตุผลแบบนี้ ก็อาจจะใช้ได้ในบางสถานการณ์ แต่คงใช้ไม่ได้อย่างสิ้นเชิงกับคนที่ใช้นามแฝงนั้นจนกลายเป็นชื่อจริงบนเน็ต จากบทเรียนที่ผ่าน ๆ มา ทำให้ผมเริ่มได้คิดว่า ไม่ควรเปิดเผยตัวในชื่อนี้อีกต่อไป ในสถานที่อื่น อันเป็นสาธารณะ และอะไรทำใจได้ อุทิศส่วนกุศลที่เคยทำมา ให้กับคนที่รังควานในรูปแบบใหม่นี้ไป ส่วนช่วงไหนที่มีพวกโรคจิตตั้งหน้าตั้งตากลั่นแกล้งบ่อย ๆ ก็ต้องออกมาเขียนชี้แจงสักครั้ง
การปลอมชื่อนามแฝงบนอินเทอร์เน็ต มีให้เห็นบ่อย ๆ แต่นาน ๆ ที ที่จะรู้สึกเกิดการเสื่อมเสียอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากอารมณ์เสีย แต่ตัวปลอมชนิด เอาชื่อจริงในโลกจริง มาปลอมบนอินเทอร์เน็ตน่ะซิ แย่กว่าหลายร้อยเท่า ที่สังเกตเห็นอยู่บ่อย ๆ ก็จะเป็นเด็กผู้หญิง ที่โดนแกล้งตาม IRC และ ใน Webboard ของเวป XXX ประเภทบอกชื่อเล่น บางครั้งก็ชื่อจริง พร้อมเบอร์โทรศัพท์ บริการที่เสนอขาย และราคาเสนอขาย ลูกสาวบ้านใครโดนพวกมนุษย์ขี้ขลาดเหล่านี้กลั่นแกล้ง ก็เป็นอันต้องลมพับ หรือ ไม่ก็ต้องยกหูโทรศัทพ์ออก บางรายหนักถึงขนาดปิดเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านกันเลย
ช่วงหลังนี้ผมระมัดระวังตัว ที่จะพูดถึงการเสนอให้มีบทลงโทษเกี่ยวกับบุคคลที่มีเจตนากระทำผิดบนโลกเครือข่ายฯ เพราะไม่อยากได้ยินเสียงสะท้อนถึงความไร้เดียงสาของผม ต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นแก่ตัวเช่นนี้
และไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปเช่นใด ก็ยังมีมนุษย์บางประเภทที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ ดังนั้นตัวปลอมดอทคอม จึงเป็นตัวละครใหม่แต่นิสัยเก่าในยุคสารสนเทศแบบทุกวันนี้
บก.ลายจุด
superbuff@bannok.com
28 สค.44
Telecom Journal