ชาวบ้านคิดอย่างไรถ้าให้ "บิกจิ๋ว" คุม "ตำรวจ"

เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง

thewin@thaimail.com

จากผลการสำรวจของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เรื่อง "สำรวจทัศนคติของประชาชนต่อการปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรในเดือนตุลาคม 2544 : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร" จากกลุ่มตัวอย่าง 1,329 ราย เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 15-16 ตุลาคม 2544

มีประเด็นเกี่ยวกับการปรับครม.-การแบ่งงาน ใน 3 กรณีสำคัญที่ผู้เขียนจะหยิบมาวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมดังนี้ 1) กรณีให้นายสุวิทย์ คุณกิตติเข้ารับตำแหน่งรมว.ศึกษาฯ แทนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 2) กรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์(รมว.คลัง) ควบตำแหน่งรองนายกฯดูแลงานด้านเศรษฐกิจอีก 1 ตำแหน่ง และ 3) กรณีแบ่งงานให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ(รองนายกฯ) ดูแลงานของสนง.ตำรวจแห่งชาติ

 กระแสยอมรับปรับครม.

ผลสำรวจความคิดเห็นต่อการปรับครม.ใน 3 กรณีดังกล่าวพบว่า (ดูตารางที่ 1 ประกอบ) ในกรณีที่ให้นายสุวิทย์ คุณกิตติเข้ารับตำแหน่งรมว.ศึกษาฯ แทนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีผู้เห็นด้วยร้อยละ 36.2 ไม่เห็นด้วยร้อยละ 8.4 และไม่มีความเห็นร้อยละ 55.4

กรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์(รมว.คลัง) ควบตำแหน่งรองนายกฯดูแลงานด้านเศรษฐกิจอีก 1 ตำแหน่ง มีผู้เห็นด้วยร้อยละ 32.7 ไม่เห็นด้วยร้อยละ 14.5 และไม่มีความเห็นร้อยละ 52.8

เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าการปรับครม.ใน 2 ตำแหน่งครั้งนี้มีประชาชนที่ "เห็นด้วย" มากกว่าคนที่ "ไม่เห็นด้วย"

 

 ตารางที่ 1 แสดงความคิดเห็นของประชาชนกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี

และการแบ่งงานของรัฐบาลในเดือนตุลาคม 2544

กรณีการปรับครม.-การแบ่งงาน

เห็นด้วย

ไม่เห็นด้วย

ไม่มีความเห็น

1. กรณีให้นายสุวิทย์ คุณกิตติเข้ารับตำแหน่งรมว.ศึกษาฯ แทนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

36.2

8.4

55.4

2. กรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์(รมว.คลัง) ควบตำแหน่งรองนายกฯดูแลงานด้านเศรษฐกิจอีก 1 ตำแหน่ง

32.7

14.5

52.8

3. กรณีแบ่งงานให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ(รองนายกฯ) ดูแลงานของสนง.ตำรวจแห่งชาติ

24.7

27.3

48.0

 

  แบ่งรับแบ่งสู้ให้ "จิ๋ว"คุมตำรวจ

ส่วนกรณีการแบ่งงานให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (รองนายก ฯ) ดูแลงานของสนง.ตำรวจแห่งชาติ พบว่ามีคนที่เห็นด้วยร้อยละ 24.7 ไม่เห็นด้วยร้อยละ 27.3 และไม่มีความคิดเห็นร้อยละ 48.0 (ตามกราฟ)

 

 

ซึ่งจะเห็นได้ว่าคนที่ "เห็นด้วย" มีอัตราที่ใกล้เคียงกับคนที่ "ไม่เห็นด้วย" เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อการที่พล.อ.ชวลิตจะเข้าไปดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นอยู่ในอาการที่ "แบ่งรับแบ่งสู้" และอาการที่ "ลังเลไม่แน่ใจ" (ไม่สามารถระบุความเห็นได้)

  ภาพพจน์จิ๋ว "แย่แต่อาจพอรับได้"

เมื่อทบทวนข้อมูลในอดีตที่สะท้อนผ่านโพลล์ต่าง ๆ นั้นจะพบว่าความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนกทม.ที่มีต่อพล.อ.ชวลิตนั้นจะออกมาในแง่ "ลบ" และอยู่ในภาวะที่ "ไม่เชื่อถือ-ไม่ศรัทธา" เป็นส่วนใหญ่ ดังเช่นการสำรวจของเอแบคโพลล์ในช่วงที่ครบรอบการทำงาน 3 เดือนและ 6 เดือนของครม.ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ชวลิตคือรัฐมนตรีที่ "ไม่เชื่อมั่น" มากที่สุด

ข้อสังเกตที่อาจจะผิดคาดสำหรับหลายคนและจะนำมาตั้งคำถามได้ในที่นี้คือ แล้วทำไมกรณีที่จะให้พล.อ.ชวลิตมาดูแลตำรวจนั้น ทำไม "แรงต้านทานคัดค้าน" จึงไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด (อาการความรู้สึกเป็นแต่เพียงแค่แบ่งรับแบ่งสู้)

หากมองในแง่เหตุผลของคนที่ "ไม่เห็นด้วย" ที่จะให้พล.อ.ชวลิตมาดูแลงานตำรวจนั้น แนวโน้มส่วนใหญ่ (ดูตารางที่ 2 ประกอบ) จะอยู่ที่การไม่ยอมรับในคุณสมบัติ ความไม่ไว้วางใจว่าจะสามารถดูแลงานตำรวจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสันติสุขอย่างเป็นธรรมได้

แต่ทว่ามองในแง่บวกจากข้อมูลแวดล้อมพบว่า จุดเด่นบางประการของพลเอกชวลิตก็ยังคงมีให้เห็น เช่น ความเป็นสุภาพบุรุษชายชาติทหาร ความเป็นคนถ้อยทีถ้อยอาศัย (ดังเช่นวลีที่ว่าจิ๋วหวานเจี๊ยบ) ท่าทีของการรับฟังกระแสเสียงของประชาชนที่สะท้อนจากการตัดสินใจทางการเมืองหลายครั้ง และบุคลิกเข้มแข็งจริงจัง อันเป็นพลังที่น่าเชื่อว่าจะเข้าไปจัดการองค์กรตำรวจได้ ทำให้ประชาชนไม่แสดงอาการปฏิเสธ(เท่าใดนัก)กับการที่จะให้เข้ามาดูแลงานตำรวจของนักการเมืองจากรั้วสีเขียวผู้นี้

 

ตารางที่ 2 แสดงเหตุผลที่ "ไม่เห็นด้วย" ถ้าหากว่าพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธจะเข้ามาดูแลงานของสนง.ตำรวจแห่งชาติ (เฉพาะคนที่ไม่เห็นด้วย)

ที่

เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย

ร้อยละ

1

เห็นว่าคุณสมบัติ/ความสามารถไม่เหมาะสม

27.4

2

ไม่ยอมรับเชื่อถือ/ไม่ไว้วางใจ

25.4

3

เกรงว่าจะมีภาระมากเกินไป/งานจะไม่มีประสิทธิภาพ

15.3

4

มีคนอื่นที่เหมาะสมมากกว่า

9.9

5

ความเป็นทหารกับตำรวจอาจทำงานได้ไม่เข้ากัน

7.8

6

อื่น ๆ เช่น เป็นการรวบอำนาจ ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว แบบเดิมดีอยู่แล้ว ฯลฯ

14.2

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

 

 ภาพพจน์ตำรวจ "แย่เกินกว่าใครจะแก้ได้"

ประกอบกับภาพพจน์ของตำรวจในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยดีนัก อาทิ ตำรวจถูกมองว่าเป็นแหล่งของอิทธิพลมีสี เอแบคโพลล์เคยสำรวจพบว่ามีประชาชนประมาณร้อยละ 70 ที่ไม่พอใจการทำงานของตำรวจ วงการตำรวจเป็นเสมือนแดนสนธยาที่ประชาชนไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้อง และปัญหาตำรวจในความรู้สึกนั้นเสมือนว่าบ่มเพาะหมักหมนจนเกินกว่าที่จะวางใจว่าจะมีคนมาเยียวยาได้

  มองมุมกลับ "จิ๋วคุมตำรวจ" มีโอกาสลุ้นกู้ภาพ

การที่พล.อ.ชวลิตจะเข้ามากำกับดูแลตำรวจ มองในแง่ของประชาชนนั้นถือว่าอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการได้เสีย เสี่ยงต่อโอกาสที่สถานการณ์(แก้ปัญหาตำรวจ)จะดีขึ้นหรือแย่ลงอันเนื่องมาจากจุดเด่นและจุดด้อยที่มีอยู่ในตัวพลเอกชวลิตนั่นเอง

แต่สำหรับตัวพลเอกชวลิตเองนั้นโอกาสนี้ถือเป็นโอกาสที่เปิดให้มากพอสมควร (เมื่อเปรียบเทียบกับโอกาสการรับตำแหน่งอื่น ๆ ที่มักจะถูกต่อต้านมาโดยตลอด) เพราะการปฏิเสธจากประชาชนไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด จึงนับเป็นจังหวะที่อาจจะนำไปสู่การพลิกฟื้นศรัทธาให้กับตนเองได้ถ้าหากว่าสามารถเข้าไปแล้วทำการผ่าตัดปัญหา(อันมีภาพหนักหนาสาหัสเกินกว่าใครจะแก้ได้)ของตำรวจให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนได้

 

หมายเหตุ ภาพประกอบจากทำเนียบรัฐบาล, www.police.co.th, www.mod.go.th

 

ดูบทความอื่น ๆ

www.ipoll.th.org/article