ความพึงพอใจต่อ "สภาพชีวิตความเป็นอยู่" ในยุครัฐบาลทักษิณ

เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง

thewin@thaimail.com

นับเป็นระยะเวลาเกินกว่า 8 เดือนแล้วที่รัฐบาลชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรได้เข้ามาบริหารประเทศ ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้มีผลสำรวจที่มีการประเมินความคิดเห็นต่อคณะรัฐมนตรี ต่อตัวนายกรัฐมนตรี และต่อสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจจากดัชนีชี้วัดที่เป็นตัวเลขมากพอสมควรแล้ว ดังนั้นในที่นี้จึงใคร่นำเสนออีกมุมมองหนึ่งที่สะท้อนออกมาจากความรู้สึกพึงพอใจในสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง

ผลสำรวจที่จะหยิบยกมาพิจารณาคือเรื่อง "การสำรวจความพึงพอใจต่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร" โดยสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 16-17 ตุลาคม 2544 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,186 ตัวอย่าง

ผลการสำรวจในประเด็นสำคัญ จะนำเสนอในเชิงวิเคราะห์ได้ดังนี้

  พอใจใน "อาชีพการงาน" แต่ไม่พอใจ "รายได้"

จากผลการสำรวจความพึงพอใจต่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกรุงเทพมหานครในประเด็นต่าง ๆ (รายละเอียดอยู่ในตารางที่ 1) พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 57.5 ไม่พอใจต่อ "รายได้ที่ได้รับ" ร้อยละ 30.2 พอใจ และร้อยละ 3.3 ไม่แสดงความคิดเห็น

เมื่อพิจารณาสภาพที่คนส่วนใหญ่พอใจค่อนข้างสูงได้แก่ "สภาพสุขภาพอนามัย" มีคนที่ระบุว่าพอใจร้อยละ 73.5 ไม่พอใจร้อยละ 24.8 และไม่แสดงความเห็นร้อยละ 1.7

"สภาพการประกอบอาชีพการงาน" มีผู้ที่พอใจร้อยละ 70.7 ไม่พอใจร้อยละ 28.2 และไม่มีความคิดเห็นร้อยละ 3.2

 

ตารางที่ 1 แสดงความพึงพอใจต่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกทม.

สภาพชีวิตความเป็นอยู่

พอใจ

ไม่พอใจ

ไม่มีความเห็น

รวม

1.ความพึงพอใจต่อรายรับของตนเองที่ได้รับในปัจจุบัน

39.2

57.5

3.3

100.0

2.ความพึงพอใจต่อการประกอบอาชีพการงานของตนเอง

70.7

26.1

3.2

100.0

3. ความพึงพอใจต่อโอกาสการศึกษาเล่าเรียนของคนในครอบครัว

66.5

28.2

5.3

100.0

4. ความพึงพอใจต่อสุขภาพอนามัยของตนเอง

73.5

24.8

1.7

100.0

5. ความพึงพอใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

52.7

43.3

4.0

100.0

6. ความพึงพอใจต่อสภาพที่อยู่อาศัยของตนเอง

66.0

32.9

1.1

100.0

 

"ความปลอดภัย - สภาพที่อยู่อาศัย" ยังเป็นปัญหาสำคัญ

ส่วนสภาพความเป็นอยู่บางอย่างที่ถึงแม้จะมีคนที่ "มีความพึงพอใจ" มากกว่าคนที่ "ไม่พึงพอใจ" แต่ทว่าอัตราคนที่ไม่พึงพอใจก็มีอยู่ในระดับสูง ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาสำคัญที่ควรตระหนักก็คือ "สภาพความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน" มีคนที่พึงพอใจร้อยละ 52.7 ในขณะที่ผู้ที่ไม่พึงพอใจก็มีถึงร้อยละ 43.3 และไม่มีความคิดเห็นร้อยละ 4.0

และ "สภาพที่อยู่อาศัย" มีผู้ที่พอใจร้อยละ 66.0 ไม่พอใจร้อยละ 32.9 และไม่มีความคิดเห็นร้อยละ 1.1

 

"ขรก./รัฐวิสาหกิจ" พอใจในสภาพชีวิตมากกว่าอาชีพอื่น

จากการวิเคราะห์จำแนกความพึงพอใจต่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในแต่ละกลุ่มอาชีพ (รายละเอียดผลการวิเคราะห์อยู่ในตารางที่ 2) มีข้อสังเกตที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

พิจารณาความพึงพอใจต่อสภาพชีวิตโดยรวมแล้ว พบว่าแนวโน้มกลุ่มอาชีพ "ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ" จะมีความพึงพอใจในสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในด้านต่าง ๆ สูงมากกว่ากลุ่มอาชีพอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพึงพอใจในเรื่องอาชีพการงาน

กลุ่มอาชีพ "ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว" จะมีความรู้สึก "ไม่พึงพอใจในรายได้" สูงมากกว่าอาชีพอื่น ๆ

   พ่อบ้าน/แม่บ้านเป็นห่วง "สุขภาพ" มากกว่าเรื่อง "รายได้"

กลุ่ม "พ่อบ้าน/แม่บ้าน" จะมีความวิตกกังวล (ไม่พึงพอใจ) ต่อเรื่องสุขภาพอนามัยสูงมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ แต่สำหรับในเรื่องรายได้นั้นกลุ่มพ่อบ้านแม่บ้านกลับมีความวิตกกังวล (ไม่พึงพอใจ)น้อยกว่ากลุ่มอาชีพอื่น ๆ

ส่วนในด้านกลุ่มผู้ประกอบอาชีพ "รับจ้างทั่วไป" จะไม่พอใจต่อสภาพที่อยู่อาศัยสูงมากกว่ากลุ่มอาชีพอื่น ๆ

 

ตารางที่ 2 แสดงความพึงพอใจในสภาพชีวิตความเป็นอยู่จำแนกตามกลุ่มอาชีพ

สภาพชีวิตความเป็นอยู่

ขรก./รัฐวิสาหกิจ

พนง.เอกชน

ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว

รับจ้างทั่วไป

พ่อบ้าน/แม่บ้าน

1. ความพึงพอใจต่อรายรับของตนเองที่ได้รับในปัจจุบัน

พอใจ

ไม่พอใจ

ไม่มีความคิดเห็น

 

45.0

53.2

1.8

 

38.7

58.8

2.5

 

35.0

62.7

2.3

 

41.1

55.2

3.7

 

41.6

49.3

9.1

2. ความพึงพอใจต่อการประกอบอาชีพการงาน

พอใจ

ไม่พอใจ

ไม่มีความคิดเห็น

 

90.9

9.1

-

 

67.0

32.5

0.5

 

70.2

26.6

3.2

 

71.1

26.7

2.2

 

60.0

28.0

12.0

3. ความพึงพอใจต่อโอกาสการศึกษาเล่าเรียนของคนในครอบครัว

พอใจ

ไม่พอใจ

ไม่มีความคิดเห็น

 

 

75.0

24.1

0.9

 

 

68.3

27.2

4.5

 

 

65.6

30.3

4.1

 

 

61.8

31.5

6.7

 

 

68.8

19.5

11.7

4. ความพึงพอใจต่อสุขภาพอนามัยของตนเอง

พอใจ

ไม่พอใจ

ไม่มีความคิดเห็น

 

78.2

21.8

-

 

78.3

21.7

-

 

69.9

27.4

2.7

 

75.3

21.7

3.0

 

60.5

38.2

1.3

5. ความพึงพอใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

พอใจ

ไม่พอใจ

ไม่มีความคิดเห็น

 

48.6

48.6

2.8

 

56.3

42.7

1.0

 

50.7

45.6

3.7

 

48.7

45.4

5.9

 

67.5

24.7

7.8

6. ความพึงพอใจต่อสภาพที่อยู่อาศัยของตนเอง

พอใจ

ไม่พอใจ

ไม่มีความคิดเห็น

 

71.8

28.2

-

 

67.7

32.3

-

 

69.5

27.2

3.3

 

58.9

40.4

0.7

 

68.4

30.3

1.3

 

69 % ยังพอใจรัฐบาลในการดูแลคุณภาพชีวิต

สำหรับประเด็นคำถามที่ว่า "มีความพึงพอใจต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ในการดูแลเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพชีวิต" พบว่าส่วนใหญ่ระบุว่าพอใจร้อยละ 68.8 ไม่พอใจร้อยละ 21.6 และไม่มีความคิดเห็นร้อยละ 9.6 จากข้อมูลดังกล่าวซึ่งสะท้อนความคิดเห็นที่สอดคล้องกับผลการสำรวจครั้งก่อน ๆ ที่พบว่าประชาชนในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ยังนิยมศรัทธารัฐบาลชุดนี้ ส่วนใหญ่ยังพึงพอใจกับผลการทำงานของรัฐบาล

ดังนั้นโดยส่วนตัวของผู้เขียนมีความเห็นว่า ในการทำงานเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของรัฐบาลนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยัง "มีความพึงพอใจ" ต่อความพยายามในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ และยังให้กำลังใจกับรัฐบาลที่จะพยายามทำงานแก้ไขปัญหากับประชาชนต่อไป ถึงแม้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพบางอย่างที่ประชาชนยังไม่พึงพอใจกับชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองอยู่ก็ตาม

ความเจริญทางวัตถุยังไม่ใช่ตัวชี้วัด "คุณภาพชีวิต"

จากการสำรวจในครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ "นักธุรกิจ" พึงพอใจต่อรายได้ของตนเองน้อยกว่าผู้ที่เป็น "พ่อบ้านแม่บ้าน" (ทั้ง ๆ ที่นักธุรกิจน่าจะมีรายได้สูงมากกว่าพ่อบ้านแม่บ้าน)นั้น ดังนั้นปัจจัยในเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจหรือตัวชี้วัดในเชิงวัตถุนั้น อาจจะไม่ใช่มาตรฐานที่จะชี้วัดคุณภาพชีวิตหรือชี้วัดความพึงพอใจในสภาพชีวิตความเป็นอยู่เสมอไป

เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลจะสร้างความพึงพอใจแก่ชีวิตความเป็นอยู่แก่ประชาชนนั้นคงไม่อาจสร้างได้ด้วยเพียงการสร้างความเติบโตของตัวเลขทางเศรษฐกิจเท่านั้น

 

 

บทความอื่น ๆ