"หวย" สิ่งมอมเมาที่สังคมต้องการ ?
เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง
thewin@thaimail.com
หลังจากเกิดเหตุคดีการทุจริตการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือกรณี "หวยล็อก" ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการออกสลากกินแบ่งของรัฐบาล ทั้งนี้จากผลสำรวจจากสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2544 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนกทม. 1,325 ราย มีประเด็นสำคัญที่จะนำเสนอดังต่อไปนี้
เชื่อมีขบวนการจ้อง "ทุจริตหวย"
จากการสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 86.0 เชื่อว่ากรณีการล็อกเลขหวยมีการทำกันอย่างเป็นขบวนการ (ร้อยละ 2.5 ไม่เชื่อ และร้อยละ 11.5 ไม่มีความเห็น) โดยส่วนใหญ่เชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการตลาดกินแบ่งรัฐบาลร่วมมือกับขบวนการล็อกหวย และเชื่อว่ามีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการล็อกหวย
และเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล คือประชาชนร้อยละ 88.1 เห็นว่าสำนักงานสลาก ฯ มีภาพพจน์ที่ "เสื่อมเสีย" (ร้อยละ 4.8 เห็นว่าไม่เสื่อมเสีย และร้อยละ 11.3 ไม่มีความเห็น)
"ผู้บริหาร-รมต."ต้องรับผิดชอบ
จากเหตุการณ์ปัญหา "การล็อกเลข" สลากกินแบ่งรัฐบาลในครั้งนี้ประชาชนเห็นว่า ทั้งผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและรัฐมนตรีที่กำกับดูแลจะต้องออกมาแสดงความ "รับผิดชอบ"
ส่วนในด้านบทบาทของตำรวจที่ดูแลรับผิดชอบคดีนี้ ประชาชนร้อยละ 58.1 ระบุว่าพึงพอใจต่อการทำงานของกองปราบปรามในการทำงานคดีหวยล็อก ที่ไม่พอใจมีร้อยละ 33.6 และไม่มีความคิดเห็นร้อยละ 8.3
"ไม่มั่นใจ" รัฐบาลจะแก้ปัญหาหวยล็อกได้
จากการสอบถามเรื่องความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหวยล็อก พบว่าประชาชนร้อยละ 32.3 เห็นว่ารัฐบาลจริงใจในการแก้ไขปัญหา ร้อยละ 33.8 เห็นว่าไม่จริงใจ และร้อยละ 33.9 ไม่มีความคิดเห็น
แต่สำหรับข้อคำถามที่ว่ามั่นใจหรือไม่ว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาหวยล็อกอย่างได้ผล มีเพียงร้อยละ 17.8 ที่ระบุว่ามั่นใจ อีกร้อยละ 67.3 ไม่มั่นใจ และร้อยละ 14.9 ไม่มีความเห็น
หนุนผู้ซื้อสลากฯ "เรียกค่าเสียหาย"
ถ้าหากว่าคดีถึงที่สุดพบว่ามีการล็อกหวยจริง ประชาชนร้อยละ 48.0 เห็นว่าผู้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลควรจะออกมาเรียกร้องค่าเสียหาย ร้อยละ 20.6 เห็นว่าไม่ควรออกมาเรียกร้อง และร้อยละ 31.4 ไม่มีความเห็น
หวยในสายตาชาวบ้าน "กึ่งดี-กึ่งร้าย"
ภาพพจน์ของการเล่นหวยหรือการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ประเมินได้จากคำถามที่ว่า "การซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลมีข้อดีหรือมีข้อเสียมากกว่ากัน" พบว่าร้อยละ 29.4 เห็นว่ามีข้อดีมากกว่า โดยให้เหตุผลสำคัญคือทำให้รัฐมีรายได้มาพัฒนาประเทศ และทำให้ประชาชนมีความหวังในชีวิต ในขณะที่ร้อยละ 23.9 เห็นว่ามีข้อเสียมากกว่า โดยให้เหตุผลสำคัญได้แก่ เป็นสิ่งมอมเมา/อบายมุขแก่ประชาชน มีโอกาสที่จะถูกรางวัลเพียงเล็กน้อยและทำให้สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ส่วนอีกร้อยละ 46.7 ไม่มีความเห็น
เพราะฉะนั้นกล่าวได้ว่าการเล่นหวยในสายตาชาวบ้านนั้นยังเป็นเรื่อง "ก้ำกึ่งกัน" ระหว่างข้อดีกับข้อเสีย

"สิ่งมอมเมา" ที่คนเรียกหา
เมื่อสอบถามความคิดเห็นที่ว่า "รัฐบาลควรยกเลิกสนับสนุนการออกสลากเสี่ยงโชคต่าง ๆ(หวย)หรือไม่" พบว่ามีประชาชนเพียงร้อยละ 19.6 เท่านั้นที่เห็นว่ารัฐควรยกเลิก ในขณะที่ร้อยละ 42.8 เห็นว่าควรให้การสนับสนุนต่อไป ส่วนอีกร้อยละ 37.6 ไม่มีความเห็น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าคนที่สนับสนุนให้รัฐออกหวย ยังคงมีสัดส่วนที่มากกว่าคนที่เห็นว่าควรยกเลิก

ทั้งนี้เหตุผลเฉพาะในกลุ่มคนที่เห็นว่าควรยกเลิกให้เหตุผลดังนี้
ส่วนคนที่เห็นว่า "ไม่ควรยกเลิก" ระบุเหตุผลดังนี้
หวย "ความเพ้อฝัน"บนชีวิตที่ "ท้อถอย"
การเล่นหวยในสายตาของคนที่มองในแง่ลบนั้น อาจจะเห็นว่าเป็นสิ่ง "มอมเมา" ทำให้ลุ่มหลงต้องสูญเสียเงินทอง และมีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะสมหวัง (ถูกรางวัล) ส่วนในสายตาของคนที่มองในแง่บวกต้องการที่จะให้มีการสนับสนุนต่อไปนั้นระบุว่า เป็นสิ่งที่สร้าง "ความหวัง" ให้กับประชาชน
ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคิดว่า บทบาทของหวยในสังคมไทยนั้นค่อนข้างที่จะยอมรับว่าเป็นสิ่งมอมเมา และเป็นสิ่ง "เพ้อฝัน" เพราะมีโอกาสที่จะถูกรางวัลน้อยมาก แต่ทว่าทำไมหวยจึงเป็นที่ "พึงปรารถนา" ของคนจำนวนมาก
มีคำกล่าวในเชิงจิตวิทยาว่า "ความเพ้อฝัน" จะถูกนำมาใช้เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่า "โลกของความเป็นจริง" นั้นมีอุปสรรคมากมายเพียงใดในการที่จะตอบสนองความต้องการของบุคคล เพราะฉะนั้นผู้เขียนจึงวิเคราะห์ต่อว่าการที่คนไทยจำนวนมากลุ่มหลงกับการเล่นหวย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าในโลกของความเป็นจริงสังคมไทยยังมีอุปสรรคอยู่มากในเรื่องการดำรงชิวิต ผู้คนจึงรู้สึกสิ้นหวังหรือไร้สิ้นหนทางที่จะทำมาหากินตามสภาพปกติเพื่อที่จะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองขึ้นได้
ดังนั้น "หวย" จึงเป็นทางออกของการเพ้อฝันที่คนไทยจำนวนมากเสาะแสวงหา นอกเหนือจากความเพ้อฝันที่พึงพาเครื่องมืออื่น ๆ อาทิ ม้า มวย พนัน ยาเสพติด และแม้แต่ละครน้ำเน่า (ที่ช่วยสร้างฝันว่าสาวน้อยเกิดมาผู้ยากไร้จะต้องถูกอุปการะด้วยคุณชายผู้มั่งคั่งในตอนจบของเรื่อง เป็นต้น) ถึงแม้ว่า "ความฝัน" นั้นจะลม ๆ แล้ง (มีโอกาสโชคดีได้รางวัลเพียงเล็กน้อย) เพียงใด ก็ตาม
สอดคล้องกับคำกวีที่เคยกล่าวไว้ว่า "หากไร้สิ้นความหวัง ชีวิตก็ไร้สิ้นความหมาย" เฉกเช่นเดียวกันในที่นี้ถึงแม้จะไร้สิ้นความหวังในการดำเนินชีวิต แต่ทว่าถ้าได้มีความหวังสักน้อยนิด(ช่วงเวลาที่รอหวยออก) ก็ยังดีเสียกว่าไม่มีเสียเลย พอที่จะทำให้ชีวิตชุ่มชื้นขึ้นมาบ้าง
ดังนั้น "การทุจริตหวย" ในมุมมองนี้จึงไม่ใช่มีความหมายแต่เพียงแค่การโกงเงินจากวงพนันเท่านั้น แต่มันหมายรวมถึงว่า ผู้คนกำลังถูก "ฉ้อฉล" แม้กระทั่งกับความเพ้อฝันที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงอันน้อยนิดสำหรับชีวิตที่กำลังดิ้นรนบนเส้นทางที่เหือดแห้ง "โอ้อนาถแท้หนอ ชะตากรรมคนไทย"
หมายเหตุ
บทความนี้ตีพิมพ์ใน "มติชนสุดสัปดาห์" ฉบับวันที่ 10-16 ธันวาคม 2544 (หน้า 17)
