ที่สุดของข่าว และการเมืองแห่งปี 2547

เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง

thewin@thaimail.com

ก่อนย่างก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2548 ถึงเวลาที่ควรจะทบทวนถึงเรื่องราวในด้านข่าว บุคคล และการเมือง ที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน ผู้เขียนจึงใคร่นำผลสำรวจของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเรื่อง "ที่สุดของข่าวและการเมืองแห่งปี 2546 : กรณีศึกษาประชาชน 14 จังหวัดทั่วประเทศ" จากตัวอย่าง 2,900 รายเมื่อวันที่ 26-29 ธ.ค. 2547 มานำเสนอ โดยนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับผลสำรวจที่สุดแห่งปี 2546 ที่ผ่านมาที่เอแบคโพลล์เคยนำเสนอเมื่อปีที่แล้ว (ธันวาคม 2546) ในประเด็นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ข่าวเด่นแห่งปี "ความไม่สงบภาคใต้-คลื่นยักษ์"

ข่าวเด่นที่อยู่ในความสนใจมากที่สุดในปี 2547 คือข่าวความไม่สงบในภาคใต้ในกรณี “การล้อมปราบที่มัสยิดกรือเซะ ที่จังหวัดปัตตานี” รองลงมาคือข่าวความไม่สงบเช่นเดียวกันกรณี “การสลายมอบตากใบ ที่จังหวัดนราธิวาส” จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อันดับต่อมาเป็นข่าวเศร้าสลดกรณี “คลื่นยักษ์ถล่มภาคใต้” ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล (อย่างไรก็ตามข่าวคลื่นยักษ์เกิดขึ้นในช่วงระหว่างการสำรวจ อาจทำให้ประชาชนบางส่วนยังไม่รับรู้ข่าวนี้ รวมถึงยังไม่ทราบความเสียหายที่เกิดขึ้นตามมาในภายหลัง จึงทำให้คะแนนความสนใจข่าวนี้อาจจะยังไม่สูงมากเท่าที่ควร) ตามมาด้วยข่าว “การเตรียมการเลือกตั้งในปี 2548” ที่กำลังจะมาถึง(ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548) ซึ่งมีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่าง ๆ สร้างสีสรรค์และความสนใจแก่ประชาชนได้มากพอสมควร และอันดับที่ห้าคือข่าวการระบาดของโรคร้าย “ไข้หวัดนก” ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและหวาดผวาต่อการกินเป็ด-ไก่อยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2546 ที่ผ่านมาพบว่า ข่าวศึกสายเลือดมรดก "การรื้อฟื้นคดีนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ" คือข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุด รองลงมาคือข่าวการทำสงครามกับยาเสพติด ข่าวสงครามสหรัฐอเมริกา-อิรัก ข่าวเผาสถานทูตไทยในกัมพูชา และข่าวการปราบปรามผู้มีอิทธิพลตามลำดับ

ตารางที่ 1 ข่าวที่สนใจติดตามมากที่สุดในรอบปี 2546 และ 2547

อันดับที่

ข่าวเด่นปี 2547

ร้อยละ

ข่าวเด่นปี 2546

ร้อยละ

1

ข่าวความไม่สงบภาคใต้กรณีกรือเซะ

30.8

รื้อฟื้นคดีนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ

12.4

2

ข่าวสลายการชุมนุมม็อบตากใบ

23.6

การประกาศสงครามกับยาเสพติด

9.3

3

ข่าวคลื่นยักษ์ถล่มภาคใต้

21.4

สงครามสหรัฐอเมริกา – อิรัก

9.2

4

ข่าวการเตรียมตัวเลือกตั้งสส.(ปี 2548)

12.2

เผาสถานทูตไทยในกัมพูชา

8.1

5

ข่าวการระบาดของโรคไข้หวัดนก

8.4

การปราบปรามผู้มีอิทธิพล

6.2

ข่าวดี-ข่าวเศร้าแห่งปี

จากการสำรวจข่าวที่ทำให้ยินดีมากที่สุดคือข่าว “การปราบปรามและการเอาชนะปัญหายาเสพติด” รองลงมาคือข่าวนักกีฬาไทยสามารถเอาชนะคว้าเหรียญทองโอลิมปิคได้ ข่าวแรงใจจากชาวไทยทั่วประเทศที่ส่งถึงชาวภาคใต้ด้วยการพับนกกระดาษ

ส่วนในด้านข่าวที่ทำให้เศร้าและสะเทือนใจแห่งปี ยังคงเป็นข่าวการเข่นฆ่าผู้คนที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้มากที่สุด รองลงมาคือข่าวคลื่นยักษ์ซัดถล่มคร่าชีวิตผู้คนในฝั่งทะเลอันดามัน

งาน "ปราบยาเสพติด" ครองใจ 2 ปีซ้อน

สำหรับผลงานรัฐบาลที่ดีเด่นและได้รับเสียงปรบมือมากที่สุดในรอบปี 2547 คือ "การปราบปราม-เอาชนะปัญหายาเสพติด" โดยผลงานชิ้นนี้ได้รับความนิยมเป็นเวลา 2 ปีซ้อนนับตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา รองลงมาคือผลงาน “กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง” ซึ่งเป็นการกระจายแหล่งเงินทุนไปสู่ชนบทและกลุ่มผู้ยากไร้ทั่วทุกพื้นที่ อันดับต่อมาคือผลงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (One Tambon One Product – OTOP) เป็นการสนับสนุนการผลิตสินค้า การสร้างงาน และสร้างรายได้ในกลุ่มประชาชนระดับรากหญ้าทั่วประเทศ ถัดมาคือ “โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค” หรือโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งเป็นผลงานเด่นประดับคะแนนนิยมให้กับรัฐบาลชุดนี้ตลอดช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตามมาด้วย “การแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ” ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือคนยากจนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบที่เอแบคโพลล์เคยสำรวจพบว่าประชาชนมีความพอใจต่อกระบวนการเจรจาแก้ปัญหาหนี้สินที่ภาครัฐได้ดำเนินการไปแล้ว

ตารางที่ 2 ผลงานรัฐบาลที่ประทับใจมากที่สุดในรอบปี 2546 และ 2547

อันดับที่

ผลงานรัฐบาลเด่นปี 2547

ร้อยละ

ผลงานรัฐบาลเด่นปี 2546

ร้อยละ

1

การปราบปราม-เอาชนะยาเสพติด

32.9

การปราบปรามยาเสพติด

19.9

2

กองทุนหมู่บ้าน-ชุมชนเมือง

23.4

การปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล

11.8

3

โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

17.7

การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

9.7

4

โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค

10.8

คืนหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด

9.5

5

การแก้ไขหนี้สินนอกระบบ

8.2

โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค

8.1

ผลงานยอดแย่ “แก้ไฟใต้-ไข้หวัดนก”

ส่วนในด้านผลงานยอดแย่ในสายตาประชาชนระบุว่าอันดับแรกคือ “การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้” ที่ผู้คนมองว่ารัฐบาลไม่สามารถยุติปัญหาได้ปล่อยให้มีการก่อกวนสร้างความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือเรื่อง “การแพร่ระบาดของไข้หวัดนก” ซึ่งนอกจากเรื่องการปล่อยลุกลามของโรคอย่างควบคุมไม่ได้แล้วยังมีปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใส ไม่เปิดเผยข้อมูลของภาครัฐซึ่งทำให้ประชาชนเกิดข้อกังขาใจในช่วงต้น ๆ ที่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้

ลำดับถัดมาคือ “การแก้ปัญหาน้ำมันแพง-สินค้าแพง” ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการ รวมทั้งสินค้าอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่มีราคาสูงมากในขณะเดียวกันภาวะรายได้ก็มีอยู่อย่างจำกัดและการกระจายรายได้ไม่ทั่วถึง ถัดมาคือ“การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น” ซึ่งประชาชนมองว่ายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร และผลงาน “การแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.)” ที่ก่อให้เกิดการต่อต้านยืดเยื้อยาวนาน

“ทักษิณ” นักการเมืองยอดนิยม

ในด้านนักการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด อันดับที่หนึ่งเป็นไปอย่างที่คาดหมายได้แก่ “พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร” อันดับที่สองเป็นของที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ “นายชวน หลีกภัย” อันดับที่สามเป็นของนักการเมืองสุดหล่อขวัญใจชาวกรุง “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อันดับที่สี่เป็นของเจ้าพ่ออ่างจอมแฉผู้ผันตนเองเข้าไปร่วมทีมกับพรรคชาติไทยหมาด ๆ “นายชูวิทย์ กมลวิสิทธิ์” นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองคนอื่น ๆ อาทิ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกทม.คนใหม่ นายบรรหาร ศิลปะอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นต้น

นอกจากนี้ในส่วนของบุคลแห่งปี 2548 นั้นประชาชนต่างโหวตให้แก่พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรเป็นผู้เข้ามารับตำแหน่งนี้อย่างท่วมท้น รองลงมาคือนายชวน หลีกภัย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ธงไชย แมคอินไตย์ และภารดร ศรีชาพันธุ์ ตามลำดับ

ของขวัญปีใหม่ที่อยากได้จากรัฐบาล

ปี 2548 นี้ของขวัญที่ประชาชนระบุว่าต้องการจากรัฐบาลมากที่สุดคือ “การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้” รองลงมาคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น การปรับปรุงคุณภาพระบบการศึกษา การควบคุมราคาสินค้า/ราคาน้ำมัน การปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษี และการพยุงราคาสินค้าการเกษตร ตามลำดับ

พอใจกับความเป็นอยู่ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมในรอบปี 2547 ที่ผ่านมาพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจร้อยละ 63.2 ในขณะที่คนที่ไม่พอใจมีร้อยละ 24.8 และไม่มีความเห็นร้อยละ 12.0

เชื่อว่าปีหน้าชีวิตจะดีขึ้น

ส่วนในด้านความเชื่อเกี่ยวกับอนาคตชีวิตในปีต่อไป จากผลการสำรวจคนส่วนใหญ่เชื่อว่าปีหน้า (2548) ที่กำลังมาถึงนั้นจะ “มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”ร้อยละ 72.6 ในขณะที่มีคนบางส่วนที่เชื่อว่าสภาพชีวิตความเป็นอยู่ “จะเหมือนเดิม” ร้อยละ 23.5 ส่วนที่เหลือเห็นว่าจะแย่ลงร้อยละ 3.9

กล่าวได้ว่าในรอบปี 2547 ครั้งนี้ถึงแม้คนไทยจะประสบกับข่าวดีและข่าวร้ายมากมาย แต่เมื่อประเมินถึงสภาพความเป็นอยู่โดยรวมแล้ว ปีที่ผ่านมาประชาชนมี “ความสุขอยู่พอสมควร” และปีหน้าส่วนใหญ่มีกำลังใจที่จะก้าวเดินไปหาชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต

สุดท้ายนี้ผู้เขียนใคร่ขออวยพรให้คนไทยช่วยกันแปรโศกศัลย์ กลับกลายเป็นกำลังใจให้กันและกันเพื่อวันใหม่เทอญ

 

หมายเหตุ บทความนี้ตีพิมพ์ใน “มติชนสุดสัปดาห์” ฉบับวันที่ 14 มกราคม 2548 หน้า 33

ดูบทความอื่น ๆ