ครม.ทักษิณ ชินวัตร

ทำงาน 3 เดือนคะแนนนิยมยัง “คงเส้นคงวา”

เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง

thewin@thaimail.com.

ภายหลังจากรัฐบาลชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544 บัดนี้เวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือน นอกเหนือจากการประเมินผลโดยฝ่ายรัฐบาลที่ได้พยายามรายงานผลการทำงานของคณะรัฐมนตรีแล้ว ควรที่จะได้มีการประเมินผลจากมุมมองของประชาชนด้วย

ในโอกาสเดียวกันนี้มีผลการสำรวจจากสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกรุงเทพมหานคร เรื่อง “3 เดือนการทำงานของคณะรัฐมนตรีทักษิณ 1 ในสายตาประชาชน” เก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 15-22 พฤษภาคม 2544 จำนวนตัวอย่าง 1,368 ตัวอย่าง ที่จะนำมาเสนอในเชิงวิเคราะห์เพื่อพิจารณาประกอบการประเมินผลการทำงานของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ประเด็นสำคัญที่ผู้เขียนจะนำมาสรุปและวิเคราะห์เพิ่มเติมดังต่อไปนี้

 

  ประเมินคะแนนนิยมรมต.รายบุคคล

เพื่อเป็นการวิเคราะห์คะแนนนิยมรัฐมนตรีตามความคิดเห็นของประชาชน และประเมินความเปลี่ยนแปลงของกระแสความรู้สึกที่มีต่อรัฐมนตรีแต่ละท่าน ผู้เขียนจะนำเสนอเนื้อหาการวิเคราะห์ใน 3 ประเด็นดังนี้

 

1. การวิเคราะห์คะแนนนิยมต่อรัฐมนตรีตามความพึงพอใจของประชาชน ทั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากผลการสำรวจของเอแบคโพลล์ในปัจจุบันครั้งนี้ (ความพึงพอใจในรัฐมนตรีหลังจากการทำงาน 3 เดือนผ่านไป) โดยจะนำเอาข้อมูลคำตอบความรู้สึกพึงพอใจต่อรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลทั้ง 36 คนมาวิเคราะห์ โดยใช้เกณฑ์การกำหนดแทนค่าคะแนน โดยจะให้ค่าคะแนนแทนอัตราร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ระบุความเห็นต่อรัฐมนตรีแต่ละท่านดังนี้ ระบุว่าพอใจ = 10 คะแนน ระบุว่าไม่พอใจ = 0 คะแนน และกรณีที่ระบุว่าไม่รู้จัก/ไม่มีความคิดเห็นจะจัดเป็นค่าคะแนนกลางคือ = 5 คะแนน เพราะฉะนั้นจากเกณฑ์ดังกล่าวรัฐมนตรีแต่ละท่านจะมีคะแนนนิยมอยู่ที่ 0-10 คะแนน ยกตัวอย่างเช่นสมมุติว่า รัฐมนตรี ก. มีผู้ระบุว่า “พอใจ” ทั้งหมดทุกคน (ร้อยละ 100) รัฐมนตรีจะมีคะแนนนิยมเท่ากับ 10 คะแนน ส่วนรัฐมนตรี ข. ประชาชนทั้งหมดระบุว่า “ไม่พอใจ” รัฐมนตรีข. จะมีคะแนนนิยมเท่ากับ 0 คะแนน และรัฐมนตรี ค. มีประชาชนทั้งหมดระบุว่า “ไม่มีความคิดเห็น” รัฐมนตรีค. จะได้คะแนนนิยมเท่ากับ 5 คะแนน (ถือเป็นคะแนนอยู่ตรงกลางเพราะว่าไม่ใครเลยที่ระบุว่า “พอใจ” หรือระบุว่า “ไม่พอใจ”) ส่วนกรณีที่มีผู้ระบุคำตอบในแต่ละคำตอบในอัตราอื่น ๆ ก็จะกำหนดคะแนนนิยมเพิ่มลดตามสัดส่วนไป

เมื่อนำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้วิเคราะห์ความพึงพอใจต่อรัฐมนตรีชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะได้ผลปรากฏเป็นคะแนนของรัฐมนตรีดังในตารางที่ 1 และคะแนนนิยมต่อรัฐมนตรีปรากฏอยู่ในช่อง “คะแนนนิยม”

2. การวิเคราะห์เปรียบเทียบกับครั้ง “เมื่อแต่งตั้งครม.ทักษิณ ชินวัตร วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544 สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ได้เคยทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกรุงเทพมหานคร เรื่อง “ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาพลักษณ์ของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” เก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2544 จำนวนตัวอย่าง 1,294 ตัวอย่าง โดยสอบถามในประเด็นเรื่องความเชื่อมั่น-ไม่เชื่อมันต่อรัฐมนตรีแต่ละท่าน ซึ่งผู้เขียนได้เคยเสนอผลการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ (นำเสนอในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2544 หน้า 28-29) จากข้อมูลในครั้งนั้นผู้เขียนได้นำมาทำการแปลงค่าคำตอบเป็นค่าคะแนนความนิยม โดยใช้หลักเกณฑ์แบบเดียวกันกับการสำรวจของเอแบคโพลล์ในครั้งนี้ ซึ่งผลคะแนนที่ได้นำเสนอในช่อง “คะแนนนิยมเมื่อแต่งตั้ง” ในตารางที่ 1

3. การวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงคะแนนนิยมต่อรัฐมนตรี โดยทำการเปรียบเทียบค่าคะแนนนิยมระหว่างความพึงพอใจจากการสำรวจในปัจจุบัน (หลังจากการทำงาน 3 เดือน) กับคะแนนนิยมที่ได้รับเมื่อครั้งที่มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี จากนั้นเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของค่าคะแนน โดยค่าคะแนนที่เปลี่ยนแปลงมีความหมายดังนี้ ถ้าค่าคะแนนเปลี่ยนแปลงมีค่า “เป็นบวก” แสดงว่าภายหลังการทำงาน 3 เดือนผ่านไปคะแนนนิยมของรัฐมนตรีเพิ่ม “สูงขึ้น” ส่วนกรณีที่ค่าคะแนนเปลี่ยนแปลงมีค่า “เป็นลบ” แสดงว่าความเปลี่ยนแปลงความนิยมของรัฐมนตรีเป็นไปในทิศทางที่ลด “ต่ำลง” ผลการเปลี่ยนแปลงคะแนนนิยมต่อรัฐมนตรีแต่ละท่านปรากฏอยู่ในช่อง “ความเปลี่ยนแปลง” ในตารางที่ 1

 

ตารางที่ 1 แสดงความพอใจในการทำงาน 3 เดือนของรัฐมนตรี ค่าคะแนนนิยม

และความเปลี่ยนแปลงค่าคะแนนนิยม

ที่

ชื่อรัฐมนตรี (ตำแหน่ง)

พอใจ

ไม่พอใจ

ไม่รู้จัก/ไม่

มีความเห็น

คะแนนนิยม

คะแนนเมื่อแต่งตั้ง

ความเปลี่ยนแปลง

1

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรี)

76.6

14.4

9.0

8.11

7.92

0.20

2

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (รมว.คมนาคม)

66.9

12.4

20.7

7.73

7.78

-0.05

3

นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (รมว.สาธารณสุข)

66.9

13.9

19.2

7.65

7.04

0.62

4

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ (รมช.แรงงาน)

55.8

9.1

35.1

7.34

6.89

0.44

5

นายปองพล อดิเรกสาร (รองนายกฯ)

53.2

15.0

31.8

6.91

7.16

-0.25

6

นายจาตุรนต์ ฉายแสง (รมต. สำนักนายกฯ)

53.3

16.1

30.6

6.86

6.66

0.21

7

นายสุรเกียรติ เสถียรไทย (รมว.ต่างประเทศ)

48.2

12.1

39.7

6.81

6.39

0.42

8

ร.ต.อ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ (รมว. มหาดไทย)

43.1

8.9

48.0

6.71

5.76

0.95

9

นายสนธยา คุณปลื้ม (รมว.วิทยาศาตร์)

42.7

16.2

41.1

6.33

5.84

0.49

10

นายเกษม วัฒนชัย (รมว.ศึกษาธิการ)

33.3

9.6

57.1

6.19

5.89

0.30

11

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา (รมช. กลาโหม)

36.3

13.8

49.9

6.13

6.23

-0.11

12

พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา (รมต.สำนักนายกฯ)

30.1

11.5

58.4

5.93

5.94

0.00

13

นายสุธรรม แสงประทุม (รมว.ทบวงมหาวิทยาลัย)

31.2

12.7

56.1

5.93

6.07

-0.14

14

นายอดิศัย โพธารามิก (รมว. พาณิชย์)

29.9

12.1

58.0

5.89

5.83

0.06

15

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา (รมว.ยุติธรรม)

26.2

10.4

63.4

5.79

5.99

-0.20

16

นายพงศกร เลาหวิเชียร (รมช.คมนาคม)

23.6

7.9

68.5

5.79

5.68

0.11

17

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (รมว.คลัง)

28.5

12.9

58.6

5.78

5.42

0.36

18

นายกระแส ชนะวงศ์ (รมต. สำนักนายกฯ)

26.7

11.6

61.7

5.76

6.18

-0.42

19

นายสุวิทย์ คุณกิตติ (รองนายก ฯ)

34.6

19.9

45.5

5.74

5.93

-0.19

20

นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ (รองนายก ฯ)

26.0

11.3

62.7

5.74

5.80

-0.06

21

นายสรอรรถ กลิ่นปทุม (รมช. มหาดไทย)

25.9

11.4

62.7

5.73

5.45

0.28

22

นายวราเทพ รัตนากร (รมช. คลัง)

28.5

14.0

57.5

5.73

5.24

0.48

23

ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ์ (รมช.คลัง)

24.0

11.1

64.9

5.65

5.38

0.27

24

นายเดช บุญหลง (รองนายกฯ และรมว.แรงงาน)

25.4

15.7

58.9

5.49

5.11

0.38

25

นายจำลอง ครุฑขุนทด (รมช.ศึกษาธิการ)

24.1

14.7

61.2

5.47

5.66

-0.19

26

นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี (รมช.สาธารณสุข)

21.6

12.2

66.2

5.47

5.77

-0.30

27

นายสุวรรณ วลัยเสถียร (รมช. พาณิชย์)

18.3

9.3

72.4

5.45

5.37

0.08

28

นายสมบัติ อุทัยสาง (รมช. มหาดไทย)

18.1

10.4

71.5

5.39

5.44

-0.06

29

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน (รมต. สำนักนายกฯ)

23.2

16.1

60.7

5.36

5.25

0.11

30

นายประชา มาลีนนท์ (รมช.คมนาคม)

37.9

31.0

31.1

5.35

6.21

-0.87

31

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ (รมช. เกษตร ฯ)

18.1

11.5

70.4

5.33

5.51

-0.18

32

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (รมว.อุตสาหกรรม)

17.8

11.6

70.6

5.31

5.54

-0.23

33

นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล (รมช. อุตสาหกรรม)

17.5

12.7

69.8

5.24

5.53

-0.29

34

นายนที ขลิบทอง (รมช.เกษตร)

14.3

14.0

71.7

5.02

4.62

0.40

35

นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ (รมว.เกษตร ฯ)

30.3

30.1

39.6

5.01

4.45

0.56

36

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (รองนายก ฯ และรมว.กลาโหม)

27.5

51.4

21.1

3.81

4.22

-0.41

เฉลี่ยรวมความนิยมต่อครม.ทั้งคณะ

5.94

5.86

0.08

หมายเหตุ 1) ช่อง “คะแนนนิยม” หมายถึง ค่าคะแนนนิยมที่คำณวนจากการสำรวจหลังจากการทำงานผ่านไป 3 เดือน

2) ช่อง“คะแนนเมื่อแต่งตั้ง” หมายถึง ค่าคะแนนนิยมที่คำณวนจากการสำรวจเมื่อครั้งแต่งตั้ง ครม.(17 ก.พ. 44)

3) ช่อง “ความเปลี่ยนแปลง” หมายถึง ความเปลี่ยนแปลงของคะแนนนิยมเปรียบเทียบระหว่างการทำงานผ่านไป 3 เดือน กับครั้งเมื่อแต่งตั้ง โดยค่าเป็น “บวก”แสดงว่าคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น ส่วนค่า “เป็นลบ” แสดงว่าคะแนนนิยมลดลง

   “ทักษิณ-วันนอร์-สุดารัตน์”คะแนนนำ

เมื่อนำผลการวิเคราะห์คะแนนนิยมต่อรัฐมนตรีแต่ละบุคคลมาวิเคราะห์และจัดเรียงลำดับ จะเห็นได้ว่าภายหลังการทำงานผ่านไป 3 เดือนรัฐมนตรีที่ประชาชนมีความนิยมมากที่สุดเรียงตามลำดับได้ดังนี้ (ดูกราฟที่ 1)

อันดับที่หนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรี) มีคะแนนนิยม 8.11 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

อันดับที่สอง นายวัน มูหะมัดนอร์ มะทา (รมว.คมนาคม) มีคะแนนนิยม 7.73 คะแนน

อันดับที่สาม นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ (รมว.สาธารณสุข) มีคะแนนนิยม 7.65 คะแนน

อันดับที่สี่ นางลดาวัลลิ์ วงศรีวงศ์ (รมช. แรงงานฯ) มีคะแนนนิยม 7.34คะแนน

อันดับที่ห้า นายปองพล อดิเรกสาร (รมว. เกษตรฯ) มีคะแนนนิยม 6.91คะแนน

อันดับที่หก นายจาตุรนต์ ฉายแสง (รมต.สำนักนายกฯ) มีคะแนนนิยม 6.86คะแนน

และอันดับที่เจ็ดนายสุรเกียรติ เสถียรไทย (รมว.ต่างประเทศ) มีคะแนนนิยม 6.81 คะแนน

  “บิ๊กจิ๋ว-ชูชีพ-นที”คะแนนต่ำสุด

ส่วนรัฐมนตรีที่มีคะแนนนิยมต่ำสุด 7 อันดับสุดท้าย เรียงตามลำดับได้ดังนี้(ดูกราฟที่ 2)

อันดับที่หนึ่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (รองนายกฯ และรมว.กลาโหม) มีคะแนนนิยม 3.81 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

อันดับที่สอง นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ (รมว. เกษตรฯ) คะแนนนิยม 5.01 คะแนน

อันดับที่สาม นายนที ขลิบทอง (รมช. เกษตรฯ) คะแนนนิยม 5.02 คะแนน

อันดับที่สี่ นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล (รมช. อุตสาหกรรม) คะแนนนิยม 5.24 คะแนน

อันดับที่ห้า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (รมว. อุตสาหกรรม) คะแนนนิยม 5.31คะแนน

อันดับที่หก นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ (รมช. เกษตรฯ) คะแนนนิยม 5.33 คะแนน

และอันดับที่เจ็ด นายประชา มาลีนนท์ (รมช. คมนาคม) คะแนนนิยม 5.35คะแนน

 

  ความนิยมครม.ทักษิณ “ไม่เปลี่ยนแปลง”

เพื่อเป็นการเปรียบเทียบความนิยมต่อ ครม.ทักษิณ ชินวัตรทั้งคณะ ในช่วงระหว่างแต่งตั้ง (17 กุมภาพันธ์ 2544) กับช่วงหลังการทำงานผ่านพ้นไป 3 เดือน ได้ทำการคิดคะแนนนิยมเฉลี่ยรวมของรัฐมนตรีทุกท่าน (36 คน) ในช่วงที่แต่งตั้ง และในช่วงหลังการทำงานผ่านไป 3 เดือน ผลการเปรียบเทียบค่าคะแนนนิยมปรากฏในแถวสุดท้ายของตารางที่ 1

จากการวิเคราะห์ค่าคะแนนนิยมเฉลี่ยของรัฐมนตรีทั้งคณะ พบว่าในช่วงที่แต่งตั้ง ครม.ทักษิณมีคะแนนนิยมเท่ากับ 5.86 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน) และช่วงหลังการทำงานผ่านพ้นไป 3 เดือนคะแนนนิยมของครม.ทักษิณมีค่าเท่ากับ 5.94 คะแนน จะเห็นได้ว่าคะแนนนิยมของครม.ทักษิณเพิ่มขึ้น 0.08 คะแนน (คิดเป็นอัตราการเพิ่มร้อยละ 1.4 ของคะแนนนิยมเดิมที่ได้รับเมื่อครั้งแต่งตั้ง

เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า ภายหลังจากการทำงานผ่านพ้นไป 3 เดือนครม.ทักษิณมีความนิยมไปในทางที่ “ทรงตัว” โดยแนวโน้มรัฐมนตรีแต่ละท่านส่วนใหญ่มีคะแนนเฉลี่ยความนิยมค่อนข้าง “คงที่” (ใกล้เคียงกับคะแนนนิยมเมื่อครั้งแต่งตั้ง)

  “ปุระชัย–สุดารัตน์” คะแนนเพิ่มขึ้น

เมื่อพิจารณาในแง่ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของคะแนนนิยมต่อรัฐมนตรี เป็นที่น่าสังเกตว่าภายหลังจากการทำงานผ่านไป 3 เดือน มีรัฐมนตรีบางท่านที่มีบทบาทสำคัญและมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์(รมว.มหาดไทย) คะแนนเพิ่มขึ้น 0.95 คะแนน นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (รมว.สาธารณสุข) คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น 0.62 คะแนน

  “ประชา” คะแนนนิยมลดลง

ส่วนรัฐมนตรีที่ได้แสดงบทบาทสำคัญและได้รับคะแนนนิยมลดลง ยกตัวอย่างเช่น นายประชา มาลีนนท์ (รมช.คมนาคม) คะแนนนิยมลดลง 0.87 คะแนน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คะแนนนิยมลดลง 0.41 คะแนน

  หนทางข้างหน้ายังท้าทาย

จากการวิเคราะห์ความคิดเห็นของประชาชนต่อครม.ทักษิณ ชินวัตรในครั้งนี้ กล่าวได้ ความนิยมในคณะรัฐมนตรีชุดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรมีทิศทางที่ “ทรงตัว” สาเหตุที่ความนิยมคงตัวน่าจะเนื่องด้วยสาเหตุหลายประการ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าบทบาท ท่าทีการทำงานของครม.ชุดนี้ยังคงแสดงให้เห็นความกระตือรือร้น ความตั้งใจในการทำงาน ส่วนในด้านภาพพจน์ทางลบของรัฐมนตรีแต่ละคนส่วนใหญ่ยังไม่ปรากฏชัดเจน

ในช่วงที่รัฐบาลชุดนี้ได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีนั้น เป็นจังหวะที่กระแสสังคมให้การยอมรับสนับสนุนต่อรัฐบาลเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันความคาดหวังของสังคมที่มีต่อรัฐบาลชุดนี้ก็อยู่ในระดับที่สูงมาก

ดังนั้นโดยสภาพปกติจึงเป็นเรื่องยากที่จะรักษาคะแนนนิยมเอาไว้ให้สูงคงที่ในท่ามกลางการทำงานที่จะต้องตอบสนองความคาดหวังที่มีอยู่สูงตลอดเวลา ผู้เขียนคิดว่าการที่รัฐบาลสามารถรักษาระดับความนิยมให้คงที่ได้ถือเป็นนิมิตรหมายในทางที่ดีสำหรับรัฐบาลชุดนี้ที่ยังคงได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนอย่างคงเส้นคงวา

อย่างไรก็ตามพิจารณาในด้านจุดอ่อนของครม.ชุดนี้ก็คงจะเป็นเรื่องการแสดงผลงานจะปรากฏชัดเจนเฉพาะกับนายกรัฐมนตรีและรมต.บางท่าน ส่วนรมต.ท่านอื่นอีกจำนวนมากยังแสดงบทบาทน้อยเกินไป จึงมีผลทำให้รมต.หลายคนไม่เป็นที่รู้จัก หรือได้รับรู้ผลงานในสายตาประชาชน

ดังนั้นถ้าหากรัฐบาลจะรักษาความนิยมให้คงที่ต่อไปได้หรือเพิ่มพูนคะแนนให้สูงขึ้น คงจะต้องผลักดันให้รมต.ที่ยังไม่มีบทบาทชัดเจนให้แสดงบทบาทให้เป็นที่ประทับใจประชาชนมากขึ้น นั่นเป็นความท้าทายและที่น่าจับตามองว่าครม.ชุดนี้จะทำได้หรือไม่