จาก กทช. ถึงองค์กรอิสระ ทางเดินสู่ความ "เสื่อม"
เริ่มต้นที่ "กระบวนการสรรหา"
เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง
จากกรณีปัญหาการสรรหาคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่ยอมรับพิจารณาผู้ผ่านการสรรหากทช.จำนวน 14 คน จนกระทั่งศาลปกครองได้ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2545 พิพากษาให้เพิกถอนผลการคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอเพื่อแต่งตั้งเป็นกทช. ส่งผลให้ผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นกทช.ทั้ง 14 คนหมดสิทธิที่จะถูกคัดเลือกเป็นกทช. หลังจากถูกองค์กรภาคประชาชนเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ล้มเลิกคณะกรรมการสรรหากทช. (17 คน)ที่เป็นผู้สรรหากทช.ในชุดที่ถูกศาลปกครองเพิกถอนเพื่อให้แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาสรรหากทช.ใหม่แทน นายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) ก็ได้ออกตัวว่าตนเองไม่มีอำนาจที่จะยกเลิกคณะกรรมการฯชุดนี้ จนทำให้สาธารณชนตั้งคำถามว่าควรจะหาทางออกที่เหมาะสมต่อปัญหานี้อย่างไร
เมื่อย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับการสรรหากรรมการองค์กรอิสระต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาก็มักจะมีปัญหาข้อคำถามเรื่องความโปร่งใสเกิดขึ้นเสมอ ดังนั้นเพื่อสะท้อนภาพมุมมองจากประชาชนจึงใคร่นำผลสำรวจของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เก็บข้อมูลจากตัวอย่างประชาชนกรุงเทพมหานคร 1,658 รายเมื่อวันที่ 13-19 กุมภาพันธ์ 2545 ที่ผ่านมา มาวิเคราะห์เพิ่มเติมดังนี้
หนุนถอนราก "กทช."
กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เพิกถอนบุคคลที่ผ่านการสรรหาเป็นกทช. (14 คน) นั้นมีประชาชนร้อยละ 32.7 ที่เห็นด้วยกับการเพิกถอน โดยให้เหตุผลสำคัญได้แก่ เห็นว่ากระบวนการสรรหากทช. ไม่โปร่งใส เชื่อว่าผู้ที่ผ่านการสรรหามีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง อยากได้บุคคลอื่นที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า และเชื่อมั่นในดุลยพินิจของศาลปกครองที่ออกคำสั่งพิพากษากรณีนี้ ร้อยละ 11.1 ไม่เห็นด้วย โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าเกรงว่าถ้ามีการสรรหาใหม่จะทำให้ล่าช้าและสิ้นเปลือง เชื่อว่ากระบวนการสรรหาน่าจะยอมรับได้ ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย และเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นการเล่นเกมกันทางการเมือง และร้อยละ 56.2 ระบุไม่มีความเห็น
ทั้งนี้มีประชาชนร้อยละ 47.1 ที่ระบุว่าไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการสรรหากทช.ในช่วงที่ผ่านมา ร้อยละ 14.4 เชื่อมั่น และร้อยละ 38.5 ไม่มีความเห็น
นอกจากนี้มีประชาชนร้อยละ 41.8 ที่ต้องการที่จะให้ยกเลิกไปถึงคณะกรรมการสรรหากทช. (ทั้ง 17 คน) ด้วย โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า เพราะไม่เชื่อว่ากรรมการสรรหามีความโปร่งใส/เป็นกลาง อยากได้คนที่ยอมรับเชื่อถือได้มากกว่ามาเป็นกรรมการ ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดตั้งกรรมการสรรหา เชื่อว่ากรรมการชุดปัจจุบันถูกแทรกแซงโดยคนที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง และเชื่อว่ากรรมการชุดนี้ทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพทำให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะผ่านการสรรหาเข้ามา ส่วนร้อยละ 11.3 ไม่เห็นด้วยที่จะให้ยกเลิก โดยให้เหตุผลว่าอยากให้โอกาสกก.ชุดเดิมทำงานดูก่อน ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย อยากให้มีการเน้นการตรวจสอบการทำงานของกก.มากขึ้นแทนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลขึ้นมาใหม่
ไม่มั่นใจรัฐบาล "ดูแลคมนาคม"
ส่วนคำถามที่ว่าประชาชนจะมี "ความมั่นใจ" หรือไม่ว่าการจัดระบบโทรคมนาคมของประเทศภายใต้รัฐบาลพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรจะเป็นไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ผลปรากฏว่ามีประชาชนร้อยละ 43.1 ระบุว่าไม่มั่นใจ ส่วนร้อยละ 35.6 ระบุว่ามั่นใจ ที่เหลือร้อยละ 21.3 ไม่มีความเห็น

จากการสอบถามถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรอิสระที่มีการจัดตั้งไปแล้วและกำลังทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ (ดูผลในตาราง) ผลปรากฏว่าหน่วยงานอิสระที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นมากที่สุดเรียงตามลำดับได้ดังนี้
อันดับที่ 1 ศาลปกครอง มีผู้ระบุเชื่อมั่นร้อยละ 56.9 (นอกนั้นคือผู้ที่ระบุว่าไม่เชื่อมั่น และไม่มีความเห็น)
อันดับที่ 2 ศาลรัฐธรรมนูญ มีผู้ระบุเชื่อมั่นร้อยละ 56.1
อันดับที่ 3 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีผู้ระบุเชื่อมั่นร้อยละ 49.0
อันดับที่ 4 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีผู้ระบุเชื่อมั่นร้อยละ 46.4
อันดับที่ 5 ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา มีผู้ระบุเชื่อมั่นร้อยละ41.8
อันดับที่ 6 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีผู้ระบุเชื่อมั่นร้อยละ 39.3
อันดับที่ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีผู้ระบุเชื่อมั่นร้อยละ 35.0
ตารางแสดง "ความเชื่อมั่น" ต่อองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
|
องค์กรอิสระ |
เชื่อมั่น |
ไม่เชื่อมั่น |
ไม่มีความเห็น |
รวม |
|
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) |
35.0 |
45.2 |
19.8 |
100.0 |
|
ศาลรัฐธรรมนูญ |
56.1 |
24.3 |
19.6 |
100.0 |
|
ศาลปกครอง |
56.9 |
20.0 |
23.1 |
100.0 |
|
คณะกก.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) |
49.0 |
31.8 |
19.2 |
100.0 |
|
ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา |
41.8 |
24.9 |
33.3 |
100.0 |
|
คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) |
39.3 |
31.0 |
29.7 |
100.0 |
|
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ |
46.4 |
22.4 |
31.2 |
100.0 |
กกต. อาการน่าเป็นห่วงที่สุด
เป็นที่น่าสังเกตว่าในบรรดาองค์กรอิสระต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะมีประชาชนที่ให้ "ความเชื่อมั่น" มากกว่าประชาชนที่ "ไม่เชื่อมั่น" ยกเว้นเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งพบว่านอกจากจะได้รับการเชื่อมั่นน้อยที่สุดแล้ว ยังปรากฏว่าเป็นหน่วยงานเดียวที่มีคน "ไม่เชื่อมั่น" มากกว่าคนที่ "เชื่อมั่น" กล่าวคือมีคนถึงร้อยละ 45.2 ที่ระบุว่าไม่เชื่อมั่น ในขณะที่ร้อยละ 35.0 ระบุว่าเชื่อมั่น ที่เหลือร้อยละ 19.8 ไม่มีความเห็น

ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 69.0 เห็นว่ากระบวนการสรรหากรรมการองค์กรอิสระได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่าง "ไม่เพียงพอ" ร้อยละ 17.8 เห็นว่าเพียงพอ และร้อยละ 13.2 ไม่มีความเห็น

นอกจากนี้ประชาชนถึงกว่าร้อยละ 81.0 เห็นว่าจำเป็นจะต้องให้สาธารณชนตรวจสอบบุคคลที่ผ่านการสรรหาก่อนที่จะแต่งตั้งเป็นกรรมการองค์กรอิสระ ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 7.4 ที่เห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องให้สาธารณชนตรวจสอบก่อน ส่วนร้อยละ 11.6 ไม่มีความเห็น
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างตัวแปรพบว่า ความคิดในเรื่องการมีส่วนร่วมในการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ และความต้องการให้สาธารณตรวจสอบก่อนแต่งตั้งกรรมการองค์กรอิสระ มีผลอย่าง "มีนัยสำคัญทางสถิติ" ต่อความเชื่อมั่น (หรือไม่เชื่อมั่น) ต่อองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
เพราะฉะนั้นกล่าวได้ว่า "กระบวนการสรรหา" ที่ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ และการไม่ได้รับการตรวจสอบจากสาธารณชนก่อนแต่งตั้ง น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ "ความไม่เชื่อมั่น" หรือการยอมไม่รับต่อองค์กรอิสระที่มีอยู่ในปัจจุบัน และในอนาคต
หมายเหตุ บทความนี้ตีพิมพ์ใน "มติชนสุดสัปดาห์" ฉบับวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2545
