ประเมินผลอภิปรายไม่ไว้วางใจ "ฝ่ายค้าน" ได้แต้มมากกว่า "ฝ่ายรัฐบาล"

เทวินทร์ ขอเหนี่ยวกลาง

thewin@thaimail.com

เพื่อเป็นการประเมินผลการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลวันที่ 22-25 พฤษภาคม 2545 ที่ผ่านมา จึงใคร่นำผลสำรวจของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญที่ได้ทำการสำรวจประชาชนในกทม.อายุ 18 ปีขึ้นไปมาวิเคราะห์ใน 2 โครงการคือ การสำรวจรอบแรกก่อนการอภิปราย ฯ เมื่อวันที่ 14-18 พฤษภาคม 2545 จำนวน 1,671 ตัวอย่าง และการสำรวจรอบที่สองหลังการอภิปราย ฯ ในวันที่ 29 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2545 จำนวน 1,328 ตัวอย่าง ผลการวิเคราะห์ในประเด็นสำคัญสรุปนำเสนอได้ดังต่อไปนี้

 

เชื่อว่าชาวบ้าน "ได้ประโยชน์" จากศึกอภิปราย ฯ

ในสายตาของประชาชนทั่วไปนั้นส่วนใหญ่เห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ประชาชน "ได้ประโยชน์" โดยจะพบว่าภายหลังการอภิปราย กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.6 ตอบว่าได้ประโยชน์ โดยระบุเหตุผลสำคัญได้แก่ ทำให้รับทราบข้อมูลข้อท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล เป็นข้อมูลในการตัดสินใจทางการเมือง(เช่นการเลือกตั้งครั้งต่อไป) จะทำให้รัฐมนตรีมีการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องให้ดียิ่งขึ้น

ส่วนร้อยละ 13.0 ระบุว่าไม่ได้ประโยชน์ โดยให้เหตุผลสำคัญได้แก่ เป็นการอภิปรายเรื่องเดิม ไม่ได้สาระเพิ่มขึ้น เป็นการเล่นเกมการเมืองเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม หลักฐาน/ข้อมูลที่นำมาอภิปรายยังไม่ชัดเจนพอ การอภิปรายไม่เกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเพราะรัฐบาลมีคะแนนเสียงมาก ประเด็นที่นำมาอภิปรายเป็นเรื่องปัญหาเฉพาะตัวรัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของส่วนรวม และร้อยละ 33.4 ไม่มีความเห็น

ซึ่งความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ กล่าวได้ว่าสามารถตอบสนองความคาดหวังที่ประชาชนตั้งไว้ก่อนที่จะมีการอภิปราย ฯ (ดูตารางที่ 1)

ตารางที่ 1 แสดงความเห็นว่าประชาชนจะได้ประโยชน์หรือไม่จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้

ลำดับที่

ความเห็นว่าได้ประโยชน์จากการอภิปราย ฯ

ก่อนการอภิปราย

หลังการอภิปราย

1

ได้ประโยชน์

57.5

53.6

2

ไม่ได้ประโยชน์

12.0

13.0

3

ไม่มีความเห็น

30.5

33.4

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

100.0

 

"ชวน-อภิสิทธิ์-เฉลิม" ดาวสภา

 

ในการสำรวจหลังการอภิปรายฯ ครั้งนี้พบว่ามีประชาชนร้อยละ 13.2 ระบุว่าติดตามชม/ฟังการอภิปรายอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 72.5 ติดตามเป็นบางครั้ง และร้อยละ 14.3 ไม่ได้ติดตาม ทั้งนี้เมื่อจำแนกวิเคราะห์เฉพาะผู้ที่ติดตามชม/ฟังการอภิปรายอย่างต่อเนื่อง พบว่าในบรรดาส.ส.ฝ่ายค้านที่ถูกระบุว่าอภิปรายได้อย่างน่าประทับใจเรียงตามลำดับได้ดังนี้

อันดับที่หนึ่งนายชวน หลีกภัย ร้อยละ 62.6 อันดับที่สองนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะร้อยละ 47.1 อันดับที่สาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงร้อยละ 35.1 อันดับที่สี่นายอาคม เอ่งฉ้วนร้อยละ 23.6 และอันดับที่ห้านายพิเชษฐ์ พันธุวิชาติกุลร้อยละ 20.1 (ดูตารางที่ 3)

ตารางที่ 3 แสดงส.ส.ฝ่ายค้านที่อภิปรายได้น่าประทับใจ(เฉพาะผู้ที่ติดตามชม/ ฟังการอภิปรายฯ อย่างต่อเนื่อง)

ลำดับที่

ส.ส.ฝ่ายค้านที่อภิปรายรัฐมนตรีได้น่าประทับใจ

ร้อยละ

1

นายชวน หลีกภัย

62.6

2

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

47.1

3

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

35.1

4

นายอาคม เอ่งฉ้วน

23.6

5

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล

20.1

6

นายศิริโชค โสภา

19.5

7

นายอลงกรณ์ พลบุตร

19.0

8

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

18.4

9

นายสุวโรช พะลัง

16.1

10

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

14.9

11

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

14.4

12

นายถาวร เสนเนียม

9.2

12

นายไพร พัฒโน

9.2

14

นายพินิฏฐ์ อินทรสมบัติ

8.6

15

นายอรรคพล สรสุชาติ

8.0

หมายเหตุ เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ

 

ประทับใจ "ปุระชัย-สมคิด-ลดาวัลลิ์"

ส่วนในด้านการชี้แจงของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้ที่ติดตามชม/ฟังการอภิปรายอย่างต่อเนื่องระบุว่ารัฐมนตรีที่อภิปรายชี้แจงได้น่าประทับใจอันดับที่หนึ่งได้แก่ ร.ต.อ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ร้อยละ 47.1 อันดับที่สองนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ร้อยละ 25.3 อันดับที่สามนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ร้อยละ 21.8 อันดับที่สี่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจร้อยละ 12.1 และอันดับที่ห้าพลเอกชวลิต ยงใจยุทธร้อยละ 11.5 (ดูตารางที่ 4)

 

ตารางที่ 4 แสดงรัฐมนตรีที่ชี้แจงได้ชัดเจนน่าประทับใจ (เฉพาะผู้ที่ติดตามชม/ ฟังการอภิปราย ฯ อย่างต่อเนื่อง)

ลำดับที่

รัฐมนตรีที่ชี้แจงได้ชัดเจนน่าประทับใจ

ร้อยละ

1

ร.ต.อ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์

47.1

2

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

25.3

3

นางลัดดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์

21.8

4

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

12.1

5

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

11.5

6

นายสุวิทย์ คุณกิตติ

10.3

6

นายสมบัติ อุทัยสาง

10.3

8

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา

9.8

9

ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ์

9.2

10

นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์

8.0

11

นายอดิศัย โพธารามิก

7.5

12

นายเดช บุญหลง

6.3

12

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

6.3

14

นายประชา มาลีนนท์

5.7

15

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์

2.9

หมายเหตุ เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ

 

หลังอภิปราย "ปชป." คะแนนดีขึ้น

เปรียบเทียบในประเด็นข้อคำถามที่ว่า "ระหว่างพรรคไทยรักไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จะชื่นชอบพรรคการเมืองใดมากกว่ากัน" พบว่าการสำรวจก่อนการอภิปรายฯ ร้อยละ 35.6 ระบุว่าชื่นชอบพรรคไทยรักไทยมากกว่า ร้อยละ 22.6 ระบุว่าชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า และร้อยละ 41.8 ไม่มีความเห็น ครั้นภายหลังการอภิปรายฯ พบว่าร้อยละ 41.5 ระบุว่าชื่นชอบไทยรักไทยมากกว่า ร้อยละ 34.0 ระบุว่าชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า และร้อยละ 24.5 ไม่มีความเห็น

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนการอภิปรายฯ และหลังการอภิปราย ฯ คนที่ระบุว่าชื่นชอบพรรคไทยรักไทยมีเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 ในขณะที่คนที่ชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์มีเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.4 เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจคนที่ชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์มีอัตราการเพิ่มที่ "สูงมากกว่า" คนที่ชื่นชอบพรรคไทยรักไทย (ดูตารางที่ 5 ประกอบ) ซึ่งมีผลทำให้ช่องว่างความแตกต่างของคะแนนนิยมระหว่างพรรคไทยรักไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ใกล้เคียงกันมากขึ้น

 

ตารางที่ 5 เปรียบเทียบความนิยมระหว่างพรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์

ช่วงก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจและหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ลำดับที่

พรรคการเมืองที่ชื่นชอบมากกว่าระหว่างพรรคไทยรักไทยกับพรรคประชาธิปัตย์

ก่อนอภิปราย

ร้อยละ

หลังอภิปราย

ร้อยละ

% เพิ่ม-ลด

1

พรรคไทยรักไทย

35.6

41.5

+ 5.9

2

พรรคประชาธิปัตย์

22.6

34.0

+ 11.4

3

ไม่มีความเห็น

41.8

24.5

- 17.3

 

รวมทั้งสิ้น

.0

.0

 

 

ไม่สนับสนุนฟ้องคดีส.ส.ฝ่ายค้าน

ส่วนความคิดเห็นประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมามีผลสรุปดังนี้ กรณีที่จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับส.ส.ฝ่ายค้านที่เป็นคนอภิปรายฯ นั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 43.5 ไม่เห็นด้วยที่จะให้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับส.ส.ฝ่ายค้าน ในขณะที่ร้อยละ 26.2 เห็นด้วย และร้อยละ 30.3 (กราฟที่ 1)

 

ค้านถอดถอน "ชวน"

ส่วนกรณีที่มีการเคลื่อนไหวเพื่อยื่นญัตติถอดถอนนายชวน หลีกภัยออกจากตำแหน่งนั้น มีกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 59.5 ไม่เห็นด้วย ส่วนมีเพียงร้อยละ 9.6 เท่านั้นที่เห็นด้วย และร้อยละ 30.9 ไม่มีความเห็น

 

 

ประเมินผล "ฝ่ายค้าน" ได้แต้มมากกว่า

ประเมินผลโดยรวมจากการอภิปราย ฯ ครั้งนี้กล่าวได้ว่า "ฝ่ายค้าน" จะได้รับคะแนนนิยมสูงมากกว่า "ฝ่ายรัฐบาล" ทั้งนี้สังเกตได้จากความประทับใจต่อตัวบุคคลที่อภิปรายเปรียบเทียบระหว่างทั้งสองฝ่าย จะพบว่าส.ส.ฝ่ายค้านที่เป็นผู้อภิปรายแต่ละคนจะได้คะแนนนิยมสูงมากกว่า รัฐมนตรีที่อภิปรายชี้แจงข้อกล่าวหา รวมทั้งประเด็นที่เห็นชัดเจนอีกอย่างหนึ่งก็คือการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับคะแนนนิยมสูงมากกว่าอัตราคะแนนนิยมที่พรรคไทยรักไทยได้รับเพิ่มขึ้นภายหลังจากการอภิปราย ฯ ผ่านพ้นไป

นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าการตอบโต้ต่อฝ่ายค้านในกรณีที่จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดี หรือกรณีการเคลื่อนไหวถอดถอนนายชวน หลีกภัยผู้นำพรรคฝ่ายค้านออกจากตำแหน่งนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ "ไม่เห็นด้วย" เพราะฉะนั้นในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนจึงเห็นว่า การที่ฝ่ายรัฐบาลจะตอบโต้ด้วยวิธีการใด ๆ ต่อฝ่ายค้านอันเกี่ยวเนื่องจากการอภิปรายครั้งนี้นั้นหากกระทำอย่างไม่ระมัดระวังแล้วจะมีโอกาสสูงที่รัฐบาลจะสูญเสียคะแนนนิยมลงไปอีก

ดูบทความอื่น ๆ