ทรรศนะของประชาชนต่อผู้หญิงไทยที่สูบบุหรี่

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์

ที่มาของโครงการ

การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำลายสุขภาพของมนุษย์ โดยนำมาซึ่งโรคร้ายจำนวนมากที่คุกคามและคร่าชีวิตของคนทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร จนมีการกล่าวกันว่าบุหรี่กำลังทำลายชีวิตมนุษย์ร้ายแรงยิ่งกว่าโรคเอดส์อีกด้วย

สำหรับสถานการณ์การสูบบุหรี่ของประชาชนในประเทศไทย พบว่า เพศเป็นตัวแปรสำคัญที่แสดงถึงความแตกต่างในพฤติกรรมการสูบหรือไม่สูบบุหรี่ของประชาชน โดยผู้ชายมีสัดส่วนของผู้ที่สูบบุหรี่สูงกว่าผู้หญิง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ผู้หญิงไทยไม่สูบบุหรี่ นอกจากนี้ความแตกต่างในพฤติกรรมการสูบบุหรี่ยังพบว่ามีความแตกต่างกันในด้านสถานที่ที่สูบบุหรี่ระหว่างหญิงและชายที่สูบบุหรี่

 

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จึงร่วมกับ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ดำเนินโครงการสำรวจเรื่อง "ทรรศนะของประชาชนต่อผู้หญิงไทยที่สูบบุหรี่ : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร" สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในสังคมต่อผู้หญิงไทยที่สูบบุหรี่ และค้นหาสาเหตุแห่งพฤติกรรมของการสูบบุหรี่ นอกจากนี้คณะทำงานยังทำการสำรวจระดับการยอมรับทางสังคมต่อคนที่สูบบุหรี่ในโอกาสต่างๆ อาทิ การอยู่ในที่สาธารณะร่วมกับคนที่ กำลังสูบบุหรี่ การทำงานร่วมกับคนที่กำลังสูบบุหรี่ การพักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ การรับประทานอาหารร่วมกับคนที่กำลังสูบบุหรี่ และการนอนอยู่ในห้องเดียวกันกับคนที่กำลังสูบบุหรี่

โดยสำนักวิจัยฯ ได้จัดส่งอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลลงพื้นที่เป้าหมายเก็บรวบรวม ข้อมูลตามหลักวิชาการด้านระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์

 

วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย

 

  1. เพื่อสำรวจทรรศนะของประชาชนต่อการสูบบุหรี่
  2. เพื่อสำรวจทรรศนะของประชาชนต่อผู้หญิงไทยที่สูบบุหรี่
  3. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้หญิงและผู้ชายในสังคม
  4. เพื่อสำรวจทรรศนะของประชาชนต่อสาเหตุที่ทำให้สูบบุหรี่
  5. เพื่อสำรวจระดับการยอมรับของประชาชนในการอยู่ร่วมกับคนที่สูบบุหรี่
  6. เพื่อสำรวจความนิยมของประชาชนต่อดารานักแสดงชายและหญิง
  7. เพื่อค้นหาข้อเสนอแนะของประชาชนในการรณรงค์การเลิกสูบบุหรี่ของผู้หญิงในสังคม

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ตัดสินใจดำเนินการใดๆ ในการรณรงค์เพื่อผู้หญิงไทยไม่สูบบุหรี่
  2. เป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวข้องนี้อย่างลึกซึ้งต่อไป

 

ระเบียบวิธีวิจัย

โครงการวิจัยภาคสนามของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในครั้งนี้ เรื่อง “สำรวจทรรศนะของประชาชนต่อผู้หญิงไทยที่สูบบุหรี่ : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร” ดำเนินโครงการสำรวจระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2544

ประเภทของการสำรวจวิจัยครั้งนี้คือ การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) กลุ่มประชากรเป้าหมาย คือ ประชาชนทั่วไปผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานคร

เทคนิคการเลือกตัวอย่างใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิ (Stratified Cluster Sampling) ในการเลือกพื้นที่ตัวอย่างใน 20 เขตการปกครอง ได้แก่ เขตบางรัก ปทุมวัน หนองจอก คลองสามวา มีนบุรี ราษฎร์บูรณะ บางนา พระโขนง หนองแขม ลาดพร้าว ประเวศ บางพลัด สายไหม บางกะปิ ภาษีเจริญบางกอกน้อย บางเขน บางซื่อ ดินแดง และจตุจักร จากนั้นใช้การเลือกตัวอย่างแบบโควต้า (Quota sampling) ในการเลือกตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามที่มีลักษณะสอดคล้องกับประชากรเป้าหมายที่ได้จากการทำสำมะโน (Census)

ขนาดของตัวอย่าง คือ 2,486 ตัวอย่าง ช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ที่ร้อยละ 95 โดยมีขอบเขตความคลาดเคลื่อน (margin of errors) จากขนาดตัวอย่างที่ +/- ร้อยละ 5 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ การสัมภาษณ์

หลังจากนั้นคณะผู้วิจัยได้ตรวจสอบความถูกต้องและสมบูรณ์ของแบบสอบถามทุกชุดก่อนนำเข้าวิเคราะห์ข้อมูล

งบประมาณเป็นของมหาวิทยาลัย

 

ลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง

จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 50.9 ระบุเป็นหญิง ในขณะที่ร้อยละ 49.1 ระบุเป็นชาย ซึ่งตัวอย่างร้อยละ 36.8 อายุระหว่าง 20 – 29 ปี ร้อยละ 28.6 อายุระหว่าง 30 – 39 ปี ร้อยละ 17.5 อายุ 40 – 49 ปี ร้อยละ 10.3 อายุ 50 ปีขึ้นไป ในขณะที่ร้อยละ 6.8 อายุต่ำกว่า 20 ปี

นอกจากนี้ตัวอย่างร้อยละ 26.7 เป็นพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 22.6 ค้าขายส่วนตัว / อาชีพอิสระ ร้อยละ 20.1 รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 11.1 เป็นนักศึกษา ร้อยละ 10.3 เป็นข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 4.9 เกษียณอายุ / แม่บ้าน และร้อยละ 4.3 ไม่ได้ประกอบอาชีพ ตัวอย่างร้อยละ 71.4 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 26.2 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ในขณะที่ร้อยละ 2.4 สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีขึ้นไป

 

ผลการสำรวจ

 

ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละตัวอย่างที่ระบุ ความเห็นต่อการสูบบุหรี่

ลำดับที่

ความเห็นของตัวอย่างต่อการสูบบุหรี่

ชาย %

หญิง %

รวมทั้งสิ้น

1

การสูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติ

16.4

6.0

11.1

2

การสูบบุหรี่เป็นสิ่งเสพติดทำลายสุขภาพ

83.6

94.0

88.9

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

100.0

100.0

 

ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ พฤติกรรมการสูบบุหรี่

ลำดับที่

พฤติกรรมของตัวอย่างในการสูบบุหรี่

ค่าร้อยละ

ผลประมาณการ

ในเขตกรุงเทพมหานคร

1

ปัจจุบันกำลังสูบอยู่

18.7

1,058,887

2

เคยสูบแต่อาจกลับไปสูบอีก

2.8

158,550

3

เคยสูบแต่เลิกสูบแล้ว

16.9

956,962

4

ไม่เคยสูบ แต่คิดอยากจะสูบ

2.5

141,563

5

ไม่เคยสูบและไม่คิดอยากจะสูบ

59.1

3,346,537

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

5,662,499

หมายเหตุ เป็นการประมาณการจากกลุ่มประชากรผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 5,662,499 (ห้าล้านหกแสนหกหมื่นสองพันสี่ร้อยเก้าสิบเก้าคน)

จากการประมาณจำนวนคนที่สูบบุหรี่ในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่าจำนวนคนที่สูบบุหรี่ในเขตกรุงเทพมหานครจากการสำรวจในเดือนกรกฎาคมของปี พ.ศ. 2544 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,058,887 คน หรือประมาณหนึ่งล้านคนเศษ ซึ่งอาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า คณะผู้วิจัยมีความเชื่อมั่นที่ระดับ ร้อยละ 95 ว่าช่วงของจำนวนคนที่สูบบุหรี่ในเขตกรุงเทพมหานครอยู่ระหว่าง 1,005,943 คน ถึง 1,111,831 คน

 

การประมาณจำนวนคนที่สูบบุหรี่ในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อจำแนกตาม เพศ

ชาย

หญิง

จำนวน (คน)

ร้อยละ

จำนวน (คน)

ร้อยละ

962,528

90.9

96,359

9.1

ผลการวิจัยยังพบอีกว่า ในกลุ่มคนที่สูบบุหรี่มีระยะเวลานานในการสูบบุหรี่เฉลี่ย 11.8 ปี ในขณะที่จำนวนมวนที่สูบบุหรี่เฉลี่ยวันละ 12.4 มวน

 

ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ สาเหตุที่ทำให้คนสูบบุหรี่ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ลำดับที่

สาเหตุที่ทำให้คนสูบบุหรี่ในทรรศนะของตัวอย่าง

ผู้ชายสูบบุหรี่

ร้อยละ

ผู้หญิงสูบบุหรี่ ร้อยละ

คนไม่สูบ

ร้อยละ

1

ความเครียด

63.3

69.9

62.8

2

ต้องการเข้าสังคมเพื่อนฝูง

33.7

48.9

49.5

3

เลียนแบบเพื่อนๆ

27.1

43.2

46.0

4

ความหงุดหงิด

38.6

33.0

32.8

5

ต้องการโชว์

10.5

23.3

26.3

6

ความเบื่อหน่าย

24.9

38.6

26.8

7

เลียนแบบดารา / แฟชั่น

9.8

19.9

22.5

8

ความเหงา

24.9

27.3

23.2

9

เลียนแบบพ่อแม่

6.4

17.0

20.5

10

ครอบครัวมีปัญหา

8.8

17.6

17.0

11

ตัวคนสูบมีปัญหา

8.3

22.7

17.0

12

ประชดชีวิต

5.6

17.6

14.5

13

เลียนแบบญาติพี่น้อง

4.2

4.5

7.2

14

ต้องการทำร้ายตัวเอง

1.7

8.0

5.3

 

ตารางที่ 4 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ สถานที่ที่ใช้ในการสูบบุหรี่ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ลำดับที่

สถานที่ที่ตัวอย่างใช้ในการสูบบุหรี่

ชายที่สูบบุหรี่ %

หญิงที่สูบบุหรี่ %

1

สถานบันเทิง

50.1

50.0

2

สถานที่ที่จัดไว้เฉพาะคนสูบบุหรี่

50.1

14.8

3

ห้องน้ำ

46.5

35.2

4

สถานที่สาธารณะทั่วไป

31.7

17.6

5

ร้านอาหาร

31.8

13.1

6

ห้องนอน

23.0

25.6

7

ห้องทำงาน

22.5

8.0

8

รถยนต์ส่วนตัว

15.9

9.1

 

ตารางที่ 5 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ความรู้สึกเมื่อเห็น “ผู้ชาย” สูบบุหรี่ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ลำดับที่

ความรู้สึกของตัวอย่าง เมื่อเห็น “ผู้ชาย” สูบบุหรี่

ชายที่สูบบุหรี่

ร้อยละ

หญิงที่สูบบุหรี่

ร้อยละ

คนไม่สูบ

ร้อยละ

1

แสดงถึงความเป็นชาย

15.2

5.7

6.7

2

แสดงถึงความมีปัญหา / อ่อนแอ

10.8

13.1

16.7

3

น่าชื่นชม

1.0

1.1

1.3

4

น่าตำหนิตักเตือน

8.1

14.8

24.2

5

ชอบ

4.4

1.1

1.5

6

ไม่ชอบ

15.4

39.2

51.3

7

น่าเลียนแบบ

2.7

1.7

3.5

8

ไม่น่าเลียนแบบ

28.9

25.0

38.2

9

เท่ห์

7.1

6.8

4.1

10

ไม่เท่ห์เลย

14.7

19.3

34.3

 

ตารางที่ 6 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ความรู้สึกเมื่อเห็น “ผู้หญิง” สูบบุหรี่ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ลำดับที่

ความรู้สึกของตัวอย่าง เมื่อเห็น “ผู้หญิง” สูบบุหรี่

ชายที่สูบบุหรี่

ร้อยละ

หญิงที่สูบบุหรี่

ร้อยละ

คนไม่สูบ

ร้อยละ

1

แสดงถึงความเป็นผู้หญิงทันสมัย

4.2

4.0

3.0

2

แสดงถึงความมีปัญหา / อ่อนแอ

17.8

18.8

21.2

3

น่าชื่นชม

1.5

0.6

1.3

4

น่าตำหนิตักเตือน

31.1

29.5

39.9

5

ชอบ

3.7

1.7

2.3

6

ไม่ชอบ

61.1

45.5

66.3

7

น่าเลียนแบบ

3.9

2.8

3.5

8

ไม่น่าเลียนแบบ

34.7

35.2

41.7

9

เท่ห์

2.0

1.1

1.8

10

ไม่เท่ห์เลย

29.1

23.9

34.2

 

 ตารางที่ 7 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ แนวทางปฏิบัติ ต่อเพื่อนที่เป็นผู้หญิงสูบบุหรี่

ลำดับที่

แนวทางปฏิบัติของตัวอย่าง ต่อเพื่อนที่เป็นผู้หญิงสูบบุหรี่

ร้อยละ

1

ยินดีสนับสนุนเต็มที่

0.3

2

สนับสนุน

0.2

3

ไม่สนับสนุนแต่ก็ไม่ว่ากล่าวตักเตือน (เฉยๆ)

33.6

4

ว่ากล่าวตักเตือน

62.2

5

เลิกคบ

3.7

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

 

ตารางที่ 8 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ แนวทางปฏิบัติ ต่อน้องสาวที่สูบบุหรี่

ลำดับที่

แนวทางปฏิบัติของตัวอย่าง ต่อน้องสาวที่สูบบุหรี่

ร้อยละ

1

ยินดีสนับสนุนเต็มที่

0.2

2

สนับสนุน

0.1

3

ไม่สนับสนุนแต่ก็ไม่ว่ากล่าวตักเตือน (เฉยๆ)

6.5

4

ว่ากล่าวตักเตือน

91.9

5

เลิกเป็นพี่เป็นน้องกัน

1.3

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

 

ตารางที่ 9 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ แนวทางปฏิบัติ ต่อคู่รักที่สูบบุหรี่

ลำดับที่

แนวทางปฏิบัติของตัวอย่าง ต่อคู่รักที่สูบบุหรี่

ชาย %

หญิง %

รวมทั้งสิ้น

1

ยินดีสนับสนุนเต็มที่

0.7

0.2

0.5

2

สนับสนุน

0.2

0.2

0.2

3

ไม่สนับสนุนแต่ก็ไม่ว่ากล่าวตักเตือน (เฉยๆ)

10.6

15.9

13.4

4

ว่ากล่าวตักเตือน

74.4

75.9

75.1

5

เลิกเป็นแฟนกัน

14.1

7.8

10.8

 

รวมทั้งสิ้น

100.0

100.0

100.0

  

ตารางที่ 10 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ระดับการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกับคนที่สูบบุหรี่ในโอกาสสมมติต่าง ๆ

ลำดับที่

ระดับการยอมรับของตัวอย่าง

ที่จะอยู่ร่วมกับคนที่สูบบุหรี่ในโอกาสสมมติต่างๆ

ยอมรับ

ร้อยละ

ไม่ยอมรับ

ร้อยละ

1

นั่งรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถเมล์เดียวกันกับคนที่กำลังสูบบุหรี่

44.0

56.0

2

นั่งบนรถเมล์ (ไม่ปรับอากาศ) สายเดียวกันกับคนที่กำลังสูบบุหรี่

13.6

86.4

3

นั่งรถเมล์ปรับอากาศสายเดียวกับคนที่กำลังสูบบุหรี่

4.5

95.5

4

ทำงานร่วมกับคนที่กำลังสูบบุหรี่ในห้องเดียวกัน

27.3

72.7

5

พักอาศัยอยู่กับคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำในบ้านเดียวกัน

48.9

51.1

6

ทานข้าวกับคนที่กำลังสูบบุหรี่บนโต๊ะอาหารเดียวกัน

28.3

71.7

7

นอนห้องเดียวกับคนที่กำลังสูบบุหรี่

16.4

83.6

 

จากการพิจารณาผลสำรวจตารางที่ 10 จะพบว่า ระดับการยอมรับทางสังคมของตัวอย่างต่อคนที่สูบบุหรี่ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับโอกาสต่างๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับประเภทความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มตัวอย่างกับคนที่สูบบุหรี่ด้วยว่า เป็นคนแปลกหน้า / เพื่อนร่วมงาน / หรือเป็นญาติสนิทที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ซึ่งในกรณีเหตุการณ์สมมติที่เกิดขึ้นที่ ป้ายรถเมล์ บนรถเมล์ไม่ปรับอากาศ และบนรถเมล์ปรับอากาศ เป็นเหตุการณ์สมมติที่ตัวอย่างไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนสูบบุหรี่ ดังนั้นระดับการไม่ยอมรับของตัวอย่างประชาชนต่อคนที่สูบบุหรี่บนรถเมล์ปรับอากาศสูงถึงร้อยละ 95.5 ซึ่งมีเพียงร้อยละ 4.5 เท่านั้นที่ยอมรับได้

ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ในกรณีของกลุ่มตัวอย่างที่ต้องทำงานร่วมกับคนที่กำลังสูบบุหรี่ในห้องเดียวกัน กลับพบว่าระดับการไม่ยอมรับลดลงเหลือร้อยละ 72.7 ของตัวอย่างทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำและอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ผลสำรวจพบว่าระดับการไม่ยอมรับลดลงเหลือร้อยละ 51.1 อย่างไรก็ตาม ระดับการไม่ยอมรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 71.7 ถ้ากลุ่มตัวอย่างประชาชนต้องทานข้าวกับคนที่กำลังสูบบุหรี่บนโต๊ะอาหารเดียวกัน และระดับการไม่ยอมรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 83.6 ถ้ากลุ่มตัวอย่างต้องนอนห้องเดียวกันกับคนที่กำลังสูบบุหรี่

 

ตารางที่ 11 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ดารานักแสดงชายที่ชื่นชอบมากที่สุด

ลำดับที่

ดารานักแสดงชายที่ตัวอย่างชื่นชอบมากที่สุด

ผู้ชายสูบบุหรี่

ร้อยละ

ผู้หญิงสูบบุหรี่ ร้อยละ

คนไม่สูบ

ร้อยละ

1

วิลลี่ แมคอินทอช

2.7

5.7

6.9

2

ศรราม เทพพิทักษ์

3.9

4.0

3.4

3

สมชาย เข็มกลัด

4.6

4.5

3.4

4

ฉัตรชัย เปล่งพานิช

1.5

4.5

2.9

5

พีท ทองเจือ

4.4

2.8

2.9

6

สมบัติ เมทะนี

2.9

2.8

2.9

7

ปฏิภาณ ปฐวีกานต์

1.7

2.8

2.7

8

สรพงษ์ ชาตรี

3.7

2.8

2.5

9

เจษฎาพร ผลดี

0.7

2.3

2.2

10

อื่น ๆ อาทิ จอห์นนี่ แอนโฟเน่ / ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง /พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง / ธนากร โปษยานนท์

12.2

11.9

10.8

11

ไม่ระบุดาราชายที่ชื่นชอบ

61.7

55.9

59.4

 

รวมทั้งสิ้น

.0

.0

.0

 

 

 

ตารางที่ 12 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ดารานักแสดงหญิงที่ชื่นชอบมากที่สุด

ลำดับที่

ดารานักแสดงหญิงที่ตัวอย่างชื่นชอบมากที่สุด

ผู้ชายสูบบุหรี่

ร้อยละ

ผู้หญิงสูบบุหรี่ ร้อยละ

คนไม่สูบ

ร้อยละ

1

แคทรียา แมคอินทอช

4.2

2.3

7.1

2

แอน ทองประสม

3.4

6.3

4.6

3

มาช่า วัฒนพานิช

3.7

2.8

4.1

4

สินจัย เปล่งพานิช

3.2

8.0

4.3

5

สุวนันท์ คงยิ่ง

2.4

2.3

3.5

6

ทราย เจริญปุระ

1.5

2.8

1.2

7

สิเรียม โอแกน

0.7

4.5

3.2

8

จารุณี สุขสวัสดิ์

1.7

1.7

1.3

9

พิยดา อัครเศรณี

1.5

1.7

3.3

10

อื่นๆ อาทิ บัวชมพู ฟอร์ด / แคทรียา อิงลิช /

บุษกร พรวรรณะศิริเวช / กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ

5.1

4.5

5.0

11

ไม่ระบุดาราหญิงที่ชื่นชอบ

72.6

63.1

62.4

 

รวมทั้งสิ้น

.0

.0

.0

 

 

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โทร. 0 - 2719 – 1549 – 50

ขอเชิญแวะชมผลสำรวจภาคสนามทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมได้ที่

www.abacpoll.com หรือ www.ipoll.th.org/article

บทความอื่น ๆ